การเมือง » ทหารเข้าแจ้งความ เอาผิด-พท.แถลง

ทหารเข้าแจ้งความ เอาผิด-พท.แถลง

18 พฤษภาคม 2018
13   0

ประเมิน-4ปีคสช. หลังส่งตร.ประกบ สภาถอยไมค์แพง

“พรเพชร” อ้างท้วงแล้วงบไอทีสภาใหม่ แพงเว่อร์ สั่งถอยปรับลดใช้แค่พอเพียง ตอบคำถามสังคมได้ พร้อมโบ้ยเลขาสภาฯชี้แจง แต่ยันไม่มีทุจริตเพราะยังไม่ได้จัดซื้อ รับสภาใหม่อาจเสร็จล่าช้าไปอีก “สรศักดิ์” ถอยกรูด ลดสเปกไมโครโฟน-นาฬิกา ตำรวจประกบเวที พท.ชำแหละ 4 ปีรัฐประหาร ต้องปรับแผนลดคนแถลง คสช.ฮึ่มจ่อแจ้งความฝ่าฝืนคำสั่งเคลื่อนไหวการเมือง-พ.ร.บ.คอมพ์ “บิ๊กป้อม” ยันทำหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่แคร์ พท.เมินร่วมเวทีหารือเดือน มิ.ย. ส่วนพรรคเล็ก-พรรคกลาง ยินดีตบเท้าร่วมด้วย “มาร์ค” ซึ้งขอบคุณ “ชวน” หนุนนั่งหัวหน้า ปชป.ต่อ เสวนารำลึกวีรชน 35 “สุดารัตน์” ชี้รัฐประหารยุคนี้ร้ายกาจกว่าอดีต “อภิสิทธิ์” หวั่นวางกฎย้อนยุคกระพือไฟขัดแย้ง “สรอรรถ” แบะท่า ภท.จับมือ คสช.

กรณีที่ประชุม ครม.สั่งตีกลับให้ไปทบทวนงบประมาณด้านเทคโนโลยีและสารสนเทศ สำหรับการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ จำนวนกว่า 8,000 ล้านบาท โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ตั้งข้อสงสัยในการจัดซื้ออุปกรณ์บางรายการที่มีราคาสูงมากเกินไป อาทิ ไมโครโฟน นาฬิกา นั้น

“พรเพชร” โวยท้วงแล้วไอทีแพงเว่อร์

เมื่อวันที่ 17 พ.ค. เวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตีกลับให้ไปทบทวนงบประมาณเทคโนโลยีและสารสนเทศ การก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ จำนวนกว่า 8,000 ล้านบาท เนื่องจากมีรายละเอียดไม่ชัดเจน และอุปกรณ์บางรายการมีราคาแพงเกินเหตุว่า เดิมการก่อสร้างอาคารรัฐสภาใหม่ กำหนดงบไว้ที่ 15,325 ล้านบาท แต่ ครม.ปี 2556 กำหนดงบฯไม่ให้เกิน 12,000 ล้านบาท สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรขณะนั้น จึงตัดงบฯด้านระบบไอทีและสาธารณูปโภคบางส่วนออก 3,500 ล้านบาท เป็นช่วงก่อนที่ตนเข้ามารับตำแหน่งประธาน สนช. บริษัท ซิโนไทย เอ็นจิเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ชนะการประมูลก่อสร้าง จึงไม่มีภารกิจทำเรื่องระบบ ไอที โดยให้ไปของบฯส่วนนี้ภายหลัง หลังจากที่รับตำแหน่งประธาน สนช.เดือน ส.ค.2557 ได้เร่งงานเต็มที่ เพื่อแก้ปัญหาความล่าช้าการก่อสร้าง และพบปัญหาเรื่องการติดตั้งระบบไอทีที่ต้องสอดคล้องไปกับการก่อสร้างอาคาร สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอของบประมาณเพิ่มเติมกว่า 8,000 ล้านบาท ติดตั้งระบบไอทีและสาธารณูปโภคบางส่วน แต่ตนได้ทักท้วงไปแล้วว่ามีราคาแพง เพราะมติ ครม.เดิม งบฯไอทีใช้แค่ 3 พันกว่าล้านบาท

แต่ได้รับคำชี้แจงว่า ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น ระบบไมโครโฟน การบันทึกการลงคะแนนการรักษาความปลอดภัย การตรวจสอบองค์ประชุมมีความทันสมัยขึ้น จึงมีราคาสูงขึ้นกว่าเดิม ได้ย้ำไปว่า หากเสนอราคาเช่นนี้ต้องอธิบายได้

สั่งถอยให้ปรับลดใช้อย่างพอเพียง

นายพรเพชรกล่าวว่า ได้สั่งการให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงเหตุผลในวันที่ 18 พ.ค.นี้ว่า เหตุใดงบประมาณไอทีที่เคยตั้งไว้ปี 2556 จำนวน 3 พันกว่าล้านบาทจึงเพิ่มเป็น 8 พันล้านบาท ส่วนจะเป็นการเสนองบประมาณเกินความจำเป็นจากการใช้งานหรือไม่นั้น มองอย่างสามัญชนว่าคนที่อยากได้คงอยากได้ของดี แต่ตนไม่ได้มองอย่างนั้น เห็นว่าเอาแบบพอเพียงก็พอแล้ว เหมือนคนที่มีไอโฟน 7 แต่อยากได้ไอโฟน 10 ก็ต้องถามว่า มีความจำเป็นหรือไม่ ต้องตอบสังคมให้เข้าใจ ข้อทักท้วงของนายกฯมีเหตุผล ได้บอกไปว่าหากสำนักงบ ประมาณคิดว่าเราควรได้งบเท่าใดให้เป็นไปตามนั้น ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯตั้งข้อสังเกตว่าราคาไมโครโฟนและนาฬิกามีราคาแพงเกินเหตุ นายพรเพชรตอบว่า ขอให้เลขาธิการสภาฯ เป็นผู้ชี้แจง ได้ตั้งข้อสังเกตไปแล้วเช่นกันว่า เหตุใดงบไอทีจึงสูงขึ้น มองว่างบ 8,000 ล้านบาทมากเกินไป ต้องลดลงมาอยู่ในระดับที่มีความจำเป็น

ยันไร้ทุจริตอ้างยังไม่จัดซื้อ

นายพรเพชรกล่าวว่า ส่วนที่มองว่ามีการฮั้วผลประโยชน์การจัดซื้อนั้น ขณะนี้ยังไม่มีการจัดซื้อ ยังไม่มีการทุจริตเกิดขึ้น แต่ใครทำอะไรไม่ชอบ เสนอโครงการเชิงทุจริตต้องถูกจับได้แน่ เคยมีตัวอย่างมาแล้ว ทุกวันนี้ยังไล่สะสางไม่หมด เมื่อถามว่า การจัดซื้อครั้งนี้ใช้วิธีพิเศษ ต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา (กร.) ที่มีนายพรเพชรเป็นประธาน นายพรเพชรตอบว่า กร.ไม่มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดซื้อ มีหน้าที่พิจารณาวินัยข้าราชการรัฐสภา การจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีพิเศษเป็นเรื่องที่สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเสนอมา ถ้ามีการทุจริตต้องถูกจัดการแน่นอน ส่วนการจัดซื้อโทรทัศน์ราคาเครื่องละ 1.7 แสนบาทที่เกินกว่าราคาตลาดหลายเท่าตัวนั้น ยังไม่ทราบ เพราะไม่เคยเข้าไปยุ่งเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง การของบฯเป็นหน้าที่สำนักเลขาธิการสภาฯ ตนเข้าไปก้าวก่ายไม่ได้
สภาใหม่อาจเสร็จล่าช้าตามไปด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า หาก ครม.อนุมัติงบไอทีล่าช้า จะส่งผลกระทบให้การก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่เสร็จไม่ทันตามกำหนดหรือไม่ นายพรเพชรตอบว่า อาจจะสัมพันธ์กัน แต่จะพยายามให้มีผลกระทบน้อยที่สุด อย่างไรก็ตาม ระหว่างนี้พยายามให้บริษัทชิโนไทยฯเดินหน้าก่อสร้างอาคาร แต่บริษัทพยายามเลี่ยงจะทำงานบางส่วนที่โยงกับระบบไอที เช่น ปิดเพดานจำเป็นต้องปิดแล้ว แต่ยังปิดไม่ได้ ส่วนจะถึงขั้นต้องปิดเพดานไปก่อน แล้วค่อยไปรื้อถอนเพื่อติดตั้งระบบไอทีภายหลังหรือไม่นั้น ยังไม่ทราบ ตอนนี้ยังไม่ได้รื้ออะไร ต้องไปถามเลขาธิการสภาฯ

“สรศักดิ์” ถอยโละไมโครโฟน-นาฬิกา

ด้านนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการประชุมเพื่อพิจารณาปรับลดงบประมาณด้านไอทีการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ในวันที่ 18 พ.ค.ว่า ในหลักการต้องปรับลดงบประมาณลงแน่นอน แต่จะปรับลดเท่าใดต้องหารือในที่ประชุมก่อน สาเหตุที่อุปกรณ์มีราคาแพง เนื่องจากเป็นระบบเทคโนโลยีระดับสูงรองรับระบบ 4 เคในอนาคต อาทิ ไมโครโฟน ราคา 1.2 แสนบาท มีคุณสมบัติพิเศษ คือ มีระบบสแกนนิ้วใช้แสดงตัวตนสมาชิกรัฐสภาอย่างชัดเจนตอนลงมติ มาใช้แทนระบบเสียบบัตรที่มีปัญหาเสียบบัตรแทนกัน และระบบดังกล่าวยังเชื่อมกับจอคอมพิวเตอร์สามารถเห็นหน้าผู้อภิปรายได้ ส่วนนาฬิการาคา 7 หมื่นบาท จะติดตั้งทั่วอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ที่มีพื้นที่ 4 แสนกว่าตารางเมตร มีการควบคุมผ่านระบบไอที ทำให้นาฬิกาทุกเรือนเดินตรงกันหมด เพื่อประโยชน์ของสมาชิก ไม่ว่าจะอยู่พื้นที่ใดจะไม่มีปัญหาเรื่องเข้าประชุมไม่ทัน เนื่องจากนาฬิกาเดินไม่ตรงกัน หากเห็นว่าระบบ 4 เค ระบบดิจิทัลมีราคาสูงพร้อมลดสเปกลงมา หรือกลับมาใช้ในระบบอนาล็อก แต่ระบบที่เห็นว่าแพงเกินไป ในอนาคตอีก 1-2 ปี อาจมองว่าราคาถูกก็ได้ แต่ตนคงไม่ดื้อแน่นอน เรื่องนาฬิกากับไมโครโฟน ตนไม่เอาแล้ว แต่ขึ้นอยู่กับที่ประชุมวันที่ 18 พ.ค.จะเห็นอย่างไร

ตำรวจบุกประกบ พท.แถลง 4 ปี คสช.

อีกด้านหนึ่งเมื่อเวลา 09.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย แกนนำพรรคและสมาชิกพรรคทยอยเดินทางเข้าพรรคกันอย่างคึกคัก เพื่อแถลงข่าวประเมินผลงาน 4 ปีรัฐบาล คสช. ตามที่แจ้งไว้กับสื่อมวลชน อาทิ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรค เพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการ นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายชูศักดิ์ ศิรินิล นายนพดล ปัทมะ นายชัยเกษม นิติสิริ นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรค แต่ปรากฏว่าเวลาประมาณ 10.15 น. ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำโดย พ.ต.อ.เทียนชัย คามะปะโส รอง ผบก.น.1 เดินทางมาสังเกตการณ์ โดยแจ้งต่อแกนนำพรรคเพื่อไทยว่า เกรงว่าจะมีการกระทำผิดตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ห้ามชุมนุมทางการเมือง

นายภูมิธรรมจึงกล่าวว่า ไม่มีปัญหาหากจะเข้าสังเกตการณ์จากนั้น พ.ต.ท.ศักดิเดช กัมพลานุวงศ์ รอง ผกก.สส.สน.มักกะสัน และ พ.ต.ท.ปุญรัสมิ์ โชติ รอง ผกก.ป.สน.มักกะสัน ได้ชี้แจงข้อกฎหมายต่อแกนนำพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง ย้ำว่าการแถลงข่าวอาจฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ขณะที่นายวัฒนาเดินมาบ่นกับผู้สื่อข่าวบางส่วนที่เตรียมทำข่าวในห้องแถลงด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ “กลัวแม้กระทั่งความจริง”

แก้เกมลดคนแถลงจาก 7 เหลือ 3

กระทั่งเวลา 10.45 น. แกนนำพรรคเพื่อไทยตกลงยืนยันจะแถลงตามเดิม แต่ลดจำนวนผู้แถลงลงจากเดิม 7 คน เหลือ 3 คน ซึ่งไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค เพื่อหลีกเลี่ยงขัดคำสั่ง คสช. ป้องกันไม่ให้ถูกเชื่อมโยงนำไปสู่ประเด็นทางข้อกฎหมายที่อาจเกิดผลกระทบกับพรรค ประกอบด้วย นายชูศักดิ์ ศิรินิล นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายวัฒนา เมืองสุข ส่วนแกนนำคนอื่นยืนอยู่ด้านล่างเวที โดยยังคงมีนายตำรวจนอกเครื่องแบบ 2 นาย ที่เข้าร่วมฟังการแถลงข่าวในฐานะผู้สังเกตการณ์

ชำแหละ 4 ปีเหลวประเทศมืดมน

นายชูศักดิ์แถลงว่า สำหรับผลงาน 4 ปีของ คสช.ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.2557 ในประกาศฉบับที่ 1 คสช. ระบุว่า ต้องการให้เกิดความรักความสามัคคี สัญญาจะใช้อำนาจเผด็จการไม่นาน ปราบปรามการทุจริต วันนี้ครบ 4 ปี พบว่าการสร้างความปรองดอง ไม่เคยเห็นความจริงใจ คสช.กลายมาเป็นคู่ขัดแย้ง ที่บอกจะคืนประชาธิปไตยใน 15 เดือน แต่มีการเลื่อนเลือกตั้งมา 4 ครั้ง จะปฏิรูปโครงสร้างการเมืองกลับได้รัฐธรรมนูญ กฎหมายพรรคการเมืองที่ถอยหลัง ได้ประกาศคำสั่ง คสช.ที่ทำลายพรรคการเมือง การประกาศว่าจะปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ คนในสังคมยังมีความเป็นอยู่แร้นแค้น ถือว่าประกาศฉบับที่ 1 ล้มเหลว รัฐบาลและ คสช.นำประเทศไปสู่ความมืดมน การแถลงครั้งนี้เรามา 3 คน ไม่ได้มา 3 หมื่นคนเต็มสนามฟุตบอล เทียบกันอย่างไหนเป็นการทำกิจกรรมทางการเมือง

ลิดรอนเสรีภาพ-ไร้การถ่วงดุล

ขณะที่นายจาตุรนต์กล่าวว่า เหตุการณ์วันนี้แสดงให้เห็นว่า 4 ปี ของ คสช. ยังมีปัญหาการลิดรอน สิทธิเสรีภาพประชาชน พรรคการเมือง นักการเมือง ซึ่งได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ คณะรัฐมนตรีเคยประกาศให้สิทธิมนุษยชนเป็นวาระแห่งชาติ แต่ คสช.กลับส่งเจ้าหน้าที่มาบอกว่าการแถลงอาจเข้าข่ายขัดต่อประกาศ คสช. ถือเป็นการประจานไปทั่วโลก ความขัดแย้งจากเดิมที่เป็นกลุ่มสีเสื้อ วันนี้เป็นความขัดแย้งระหว่าง คสช. กับประชาชน รวมทั้งสร้างระบบเอื้อต่อการปกป้องประโยชน์หมู่คณะของ คสช. พร้อมเล่นงานฝ่ายตรงข้าม รวมทั้งยังล้มเหลวในการทำให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย ทำลายระบบพรรค การเมือง ใช้วิธีการให้ตัวเองอยู่ในอำนาจต่อหลังการเลือกตั้ง ด้วยระบบไม่เป็นประชาธิปไตย ประชาชนกำหนดอะไรไม่ได้ คสช.กำหนดทั้งแผนยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูป เห็นความพยายามการสร้างระบบการปกครอง มีเงื่อนไขต่อการฉ้อฉล มีรัฐบาลบริหารประเทศโดยไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุล ทั้งองค์กรอิสระและฝ่ายนิติบัญญัติ

แฉทหารตบเท้าเป็นองค์กรอิสระ

ด้านนายวัฒนากล่าวว่า ย้อนไปดูประกาศ คสช.ฉบับที่ 1/2557 ที่อ้างความจำเป็นในการยึดอำนาจ ด้วยเหตุผลจะทำให้บ้านเมืองสงบสุข ให้คนไทยรักสามัคคี ปฏิรูป และสร้างความชอบธรรมให้ทุกฝ่าย แต่ต้องทำเท่าที่ขออำนาจประชาชนไว้ การอ้างว่าจะทำให้บ้านเมืองสงบด้วยอำนาจปืนจะไม่สงบจริง การแสดงความเห็นวันนี้เพื่อต้องการบอกให้ผู้เสียภาษีรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในรอบ 4 ปี แต่ถูกปิดกั้น ทั้งที่รัฐบาล คสช.ควรถูกตรวจสอบ วิพากษ์วิจารณ์ได้ วันนี้มีการโกงอำนาจประชาชน ไม่ให้พรรคการเมืองทำกิจกรรม ไม่เคารพสิ่งที่ตัวเองเขียน อีกทั้งใช้งบประมาณสูงขาดดุลสูงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน และมีพฤติกรรมในการสืบทอดอำนาจ ตัดการตรวจสอบจากประชาชน นอกจากนี้ การกำหนดให้นายทหารยศพลตรีเทียบเท่าตำแหน่งอธิบดีนั้น คิดว่าบุคคลเหล่านี้จะไปนั่งตำแหน่งต่างๆ ในองค์กรอิสระ เพราะตามเงื่อนไขระบุว่าบุคคลที่จะมีตำแหน่งในองค์กรอิสระต้องเคยเป็นอธิบดีมาเกินกว่า 5 ปี ข้าราชการทั่วไปกว่าจะได้ตำแหน่งอธิบดีก็อายุเกือบ 60 แบบนี้ถือว่าเป็นการสืบทอดอำนาจตัดการตรวจสอบหรือไม่ รัฐบาลไม่ว่าจะได้อำนาจโดยวิธีการใด ต้องถูกตรวจสอบได้เสมอ

คสช.จ่อแจ้งความฝ่าฝืนคำสั่ง

ต่อมาเวลา 12.00 น. พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยแถลงข่าวในประเด็น 4 ปี คสช.ว่าตรวจสอบพบกระทำความผิดตามประกาศ คสช. เรื่องห้ามพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมือง เพราะพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคเก่าไม่ได้จดทะเบียนใหม่ จึงไม่ได้รับอนุญาตในขั้นตอนนี้ และการดำเนินการนอกเหนือจากประกาศคำสั่งดังกล่าวถือเป็นการชุมนุมทางการเมืองอันเป็นความผิดตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 มีการนำเผยแพร่ในเว็บไซต์ของพรรคเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ก่อนหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายการข่าวและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง เข้าไปเก็บข้อมูลทั้งหมด รวมทั้งได้มีการพูดคุยขอความร่วมมือแล้ว การพิจารณาดำเนินคดีต้องรอคณะทำงานว่าจะแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้ใดบ้าง

“ศรีวราห์” ยันไม่มีการกลั่นแกล้ง

ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เผยว่า หากมีการร้องทุกข์กล่าวโทษพนักงานสอบสวนจะรับเรื่องและสอบสวน หากพบว่ามีมูลความผิดจะพิจารณาดำเนินคดี เป็นไปตามพยานหลักฐาน ส่วนอดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทย มองว่าเป็นการกลั่นแกล้งขึ้นอยู่กับมุมมอง แต่การดำเนินการต้องทำตาม ป.วิอาญา ยืนยันว่าไม่มีการกลั่นแกล้งอย่างแน่นอน เพราะหากมีการกระทำนอกเหนือพยานหลักฐาน อัยการคงพิจารณาสั่งไม่ฟ้องคดี การดำเนิน การต้องตรงไปตรงมาอยู่แล้ว โดยเฉพาะในเรื่องของ คดีความมั่นคง

พท.กาง รธน.สู้คำสั่ง คสช.

นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณี พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารปฏิบัติการประจำกองบัญชาการกองทัพบก ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้านกฎหมาย คสช. ระบุการแถลงของพรรคเพื่อไทยวันนี้เข้าข่ายความผิดคำสั่ง คสช.ว่า ไม่ว่ากันหากจะมีการแจ้งความดำเนินคดี เราก็พร้อมต่อสู้ตามกระบวนการ เพราะเราเชื่อว่าเรามีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ และที่ผ่านมาก็ดำเนินการมาหลายครั้งก็ไม่เคยมีปัญหา เหตุใดจึงมีปัญหาในครั้งนี้ และก่อนการแถลงข่าวที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาพูดคุยเราก็ปรับเปลี่ยนวิธีแถลงข่าว โดยไม่ให้กรรมการบริหารพรรคร่วมแถลงข่าว และลดจำนวนคนแถลงข่าวเหลือเพียง 3 คน เพื่อไม่ให้เกิดลักษณะเหมือนเป็นการท้าทาย

“บิ๊กป้อม” ป้อง ตร.ฟัง พท.แถลงตามก.ม.

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าสังเกตการณ์ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ในการแถลงข่าว 4 ปี คสช.ว่า ตำรวจทำตามกฎหมาย ไม่มีปัญหาอะไร ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเป็นบรรทัดฐานต่อไปหรือไม่ว่าหากพรรคการเมืองใดแถลงต้องมีตำรวจไปร่วมรับฟังด้วย พล.อ.ประวิตรตอบว่า ก็ต้องฟัง จะไม่ฟังได้อย่างไร ในเมื่อเขาแถลงให้ประชาชนได้รับรู้ แล้วทำไมเจ้าหน้าที่เข้าไปฟังด้วยไม่ได้ เจ้าหน้าที่จะฟังที่ไหนก็ได้ จะไปฟังที่พรรคก็ได้ เมื่อถามว่า จะเป็นการกดดันหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ใช่ สื่อไปคิดเอง เมื่อถามว่าในฐานะที่ดูแลงานด้านความมั่นคง มองอย่างไรต่อการบริหารงาน 4 ปีของ คสช. พล.อ.ประวิตรตอบว่า หลัง คสช.เข้ามามีความสงบเรียบร้อย ประชาชนให้ความร่วมมือทุกอย่าง เพราะไม่ต้องการให้แผ่นดินนี้แตกแยก ส่วนเศรษฐกิจกำลังแก้ไขที่ยังมีปัญหาในระดับล่างอยู่

ไม่แคร์ พท.เมินร่วมวงถก มิ.ย.

พล.อ.ประวิตรยังกล่าวถึงการเชิญพรรคการเมืองมาพูดคุยหารือเรื่องการเลือกตั้งในช่วงเดือนมิ.ย.ว่า ยังมีเวลาอีกนาน ตั้งปลายเดือน มิ.ย. เราเชิญทุกพรรค ส่วนที่พรรคเพื่อไทยระบุว่าจะไม่เข้าร่วมการพูดคุยนั้น ก็แล้วแต่เขา คิดว่าไม่มีปัญหาอะไร เขาไม่มาแล้วจะให้ทำอย่างไร เมื่อถามถึงการปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมตามที่พรรคการเมืองเรียกร้อง รองนายกฯตอบว่า ต้องปลดล็อกเป็นขั้นตอน ยังไม่ปล่อยให้หมดทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ ต้องดูเป็นขั้นๆไป

พลังชลไร้ปัญหาร่วมด้วยแน่นอน

นายสนธยา คุณปลื้ม หัวหน้าพรรคพลังชล กล่าวว่า ในเดือน มิ.ย.ถ้า คสช.และรัฐบาลเชิญมา พรรคพลังชลไปอยู่แล้ว ส่วนเนื้อหาพูดคุยต้องดูก่อนว่ามีวาระอะไรบ้าง พรรคจะได้เตรียมเรื่อง คงไม่ต้องเตรียมอะไรเป็นพิเศษ ส่วนการปลดล็อกทางการเมืองนั้น ณ วันนี้พรรคได้ดำเนินการไปตามข้อจำกัดที่มีอยู่ เพราะไม่ได้ห้ามทำอะไรไปทุกอย่าง อย่างการยืนยันสมาชิกพรรคก็ไม่ได้จำเป็นต้องมีการประชุมอะไร แค่ให้ส่วนแกนนำแต่ละพื้นที่ไปทำความเข้าใจกับสมาชิกพรรค โดยไม่ต้องมีการจัดกิจกรรมเขาก็มากัน ส่วนสถานการณ์ทางการเมืองเวลานี้ อย่างกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง จะเคลื่อนไหวมาชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 22 พ.ค.ถือเป็นสถานการณ์หนึ่งที่จะเกิดขึ้น และมีอยู่เป็นประจำ เชื่อว่า คสช.และรัฐบาลจะพิจารณาขอบเขตว่าทำได้มากน้อยแค่ไหน

ชพน.ยินดีร่วมขออย่าซ้ำรอยอดีต

นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา โฆษกพรรคชาติ-พัฒนา กล่าวว่า พรรคชาติพัฒนาเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะได้มีการพูดคุยหารือระหว่างผู้เกี่ยวข้องโดยตรง และจะได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งร่วมกันทั้งเรื่องของแนวทางการดำเนินงาน การทำกิจกรรมต่างๆให้เป็นประโยชน์ต่อการเลือกตั้งภายใต้กฎกติกาใหม่ จะได้มีความเข้าใจที่ตรงกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการเลือกตั้งเหมือนอดีตที่ผ่านมา พรรคชาติพัฒนามีความเชื่อมั่นในการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ที่จะเป็นกลไกในการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าเพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและการยอมรับจากนานาประเทศ ดังนั้น การเลือกตั้งคราวนี้จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมากและต้องการความร่วมมือที่ดีจากทุกฝ่าย หากพรรคชาติพัฒนาได้รับเชิญก็ยินดีเข้าร่วมในกิจกรรมดังกล่าวด้วย

ชทพ.ก็พร้อมร่วมหารือกับ คสช.

นายวราวุธ ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ถ้าเทียบเชิญมาอย่างเป็นทางการ พรรคพร้อมเข้าร่วม ส่วนจะเสนอรัฐบาลเรื่องใดเป็นพิเศษหรือไม่ ขอนำไปหารือกันภายในพรรคก่อนส่วนเรื่องการปลดล็อกนั้น หากกำหนดวันเลือกตั้งเกิดขึ้นในช่วงเดือน ก.พ.2562 ตามโรดแม็ปจริงๆ ตนคิดว่าเดือน มิ.ย.รัฐบาลควรมีความชัดเจนให้กับพรรค การเมือง เพื่อให้แต่ละพรรคมีเวลาเตรียมตัว โดยเฉพาะการหาสมาชิกพรรคใหม่ให้เพียงพอต่อการทำไพรมารีโหวต ต้องยอมรับว่ามีขั้นตอนมาก หากยังไม่ปลดล็อกให้กังวลว่าจะเตรียมตัวไม่ทันเลือกตั้ง

“มาร์ค” ขอบคุณ “ชวน” หนุนนั่ง หน.ต่อ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ยังสนับสนุนเป็นหัวหน้าพรรคว่า ต้องขอบพระคุณท่าน ความจริงท่านก็เป็นผู้ที่ยังทำงานหนักมากให้กับพรรค ไม่เคยหยุดพบปะประชาชน ลงพื้นที่และให้คำปรึกษาให้คำแนะนำและท่านก็เป็นคนที่ยึดมั่นในระบบเช่นเดียวกันตน พรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคการเมืองเก่าที่สุด แต่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยเอาความคิดใหม่ๆ เอาคนใหม่ๆ เข้ามาผสมผสานการทำงานกับคนที่มีประสบการณ์ ยังเห็นบทบาทของบุคคลอย่างท่านชวน เป็นการผสมผสานของพรรคประชาธิปัตย์ที่คนทุกรุ่นมาช่วยกันทำงาน เน้นเรื่องของยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ การศึกษา การกระจายอำนาจ หรืออะไร ต้องอาศัยทั้งคนรุ่นใหม่ คนรุ่นเก่ามาร่วมผลักดัน

“นิพิฏฐ์”วอน คสช.อย่าเป็นคู่ขัดแย้ง

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการบริหารประเทศของรัฐบาลคสช.ที่จะครบรอบ 4 ปีว่า ถ้าให้คะแนนจะแบ่งเป็น 2 ระยะคือ ระยะแรกให้ 7 จาก 10 คะแนน เพราะมีความตั้งใจแก้ปัญหาและไม่มีส่วนได้เสีย แต่ระยะกลางจนถึงปัจจุบันให้คะแนนติดลบเพราะเห็นชัดเจนว่า ต้องการสืบทอดอำนาจจนเปลี่ยนสถานะตัวเองกลายเป็นคู่ขัดแย้งเสียเอง ขณะที่งานปฏิรูปประเทศแม้จะมีความตั้งใจแต่ก็ยังไม่เห็นรูปธรรมใด ในโอกาสที่จะครบรอบ 4 ปี การบริหารประเทศ อยากให้ทบทวนตัวเองอย่าเข้ามาเป็นคู่ขัดแย้งใหม่และเริ่มให้ความจริง ทำความเข้าใจกับประชาชนถึงปัญหาที่เป็นชนวนความขัดแย้ง เช่น ความยุติธรรม 2 มาตรฐาน ความเข้าใจผิดต่อประชาธิปไตย หากไม่ปลดชนวนความขัดแย้งเหล่านี้ จะถูกนำมาปลุกปั่นจนเกิดปัญหาอีก ในที่สุดอาจจะเปลี่ยนผ่านจากเผด็จการทหารไปสู่เผด็จการพลเรือนอีกครั้ง

“สุดารัตน์” ชี้รัฐประหารยุคนี้ร้ายกว่า 35

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 13.30 น. ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 และมูลนิธิพฤษภาประชาธรรม งานรำลึก 26 ปี พฤษภาประชาธรรม และเสวนาหัวข้อ “วิสัยทัศน์ผู้นำพรรคการเมือง” โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวตอนหนึ่งว่า ถ้าเปรียบเทียบการสืบทอดอำนาจวันนี้กับปี 35 ยุคนี้ถือว่ารุนแรงกว่า แม้จะมีความพยายามสืบทอดอำนาจเหมือนกัน แต่มีการวางกลไก กติกาที่ทำให้เกิดปัญหา เห็นได้จากการเขียนรัฐธรรมนูญ ไม่ยึดโยงประชาชน มีการทำลายระบบตัวแทนประชาชน ขบวนการทั้งหลายจึงเลวร้ายกว่าปี 35 เยอะ แม้ทั้งสองเหตุการณ์มีเจตนาเหมือนกัน วันนี้ถูกบิดตั้งแต่รัฐธรรมนูญ กฎหมาย และเงื่อนไขทุกอย่าง แค่ระบบเลือกตั้ง แยกเบอร์แยกเขต ก็พยายามตอดเล็กตอดน้อย

“อภิสิทธิ์” หวั่นขัดแย้งวางกฎย้อนยุค

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเมืองปัจจุบันอยู่ในสภาวะถดถอยกว่าการเมืองเมื่อปี 2535 วันนี้เราต้องการเห็นบ้านเมืองเดินไปข้างหน้า แต่รัฐธรรมนูญปี 60 ทำให้เดินหน้าไปได้มากน้อยแค่ไหน ผู้ร่างเอาวิธีการบริหารจัดการการเมืองเมื่อ 40 ปีที่แล้วมาใช้ คือการนำเอา 250 ส.ว. มาห้ามความขัดแย้ง ที่สำคัญที่สุดคือ คสช.ได้เปลี่ยนสถานะตัวเองมาเป็นผู้เล่นด้วยในรูปแบบหนึ่ง เช่น พรรคพลังประชารัฐ ที่สุดจะกลายเป็นขั้วความขัดแย้งรอบใหม่เสียเอง แต่ทุกคนต้องเคารพการตัดสินของประชาชน คือ หากในสภาผู้แทนมีใครรวมเสียงข้างมากได้ 250 ขึ้นไป ส.ว.ต้องปล่อยให้พรรคนั้นจัดตั้งรัฐบาลเอง แต่ถ้า 250 ส.ว.จะชี้นำอีก เรากำลังเดินสู่ความขัดแย้งรอบใหม่ และพรรคการเมืองต้องฟื้นศรัทธาจากประชาชนให้ได้ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลจากการเลือกตั้ง ต้องไม่ทุจริตอีกต่อไป

“สรอรรถ” ชี้จับมือ คสช.รอดูหลัง ลต.

ด้านนายสรอรรถ กลิ่นประทุม แกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ในอนาคตพรรคภูมิใจไทยจะจับมือ กับ คสช.หรือไม่ เร็วไปหน่อยที่จะพูดต้องคุยกันหลังเลือกตั้ง ถ้าเข้ามาตามครรลองคงไม่มีใครปฏิเสธ เพราะเวลาเลือกตั้งไม่มีพรรคทหาร พรรคเผด็จการ ดังนั้นอย่าไปตีกรอบให้ติดกับดักตนเอง เพราะจะนำไปสู่การเมืองทางตัน ตนคิดว่าวันนี้นักการเมืองสามารถตกลงกันได้ แม้ว่าเราจะเป็นพรรคเล็ก แต่การเมืองในมิติใหม่ ไม่มีข้อจำกัด อย่างที่เคยมีคนบอกว่าพรรคการเมือง ลำดับ 1 หรือ 2 จะทำงานร่วมกันไม่ได้ แต่เชื่อว่าโอกาสเป็นไปได้ ถ้ามีเหตุผลเหมาะสมพอ เราอยากเห็นบรรยากาศที่พรรคการเมืองคุยกันจะเป็นทางออกที่ดีในระบอบประชาธิปไตย

“วิษณุ” นั่งหัวโต๊ะถกปฏิรูป

วันเดียวกัน เวลา 13.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมร่วมระหว่างประธานกรรมการปฏิรูปทุกคณะกับประธานกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านต่างๆ ครั้งที่ 1/2561 โดยมีประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติทั้ง 6 ด้าน ประธานคณะกรรมการปฏิรูป 11 คณะ และคณะพิเศษ 2 คณะ คือคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจและการศึกษา เข้าร่วม โดยมีเพียงนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายเท่านั้นที่ไม่เข้าร่วมประชุม ซึ่งเจ้าหน้าที่ชี้แจงว่านายบวรศักดิ์แจ้งล่วงหน้าแล้วว่าไม่ขอเข้าร่วมประชุม โดยนายวิษณุกล่าวก่อนการประชุมว่า เพื่อปรับปรุงแผนการปฏิรูปด้านต่างๆให้เป็นแผนเดียวกัน ส่งให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี รวมถึงนำประเด็นที่นายบวรศักดิ์ แสดงความเป็นห่วงการปฏิรูปไม่สำเร็จ เหตุติดขัดระบบราชการมาหารือด้วย

กระตุ้นทำรายงานส่งเดือน ก.ค.

นายวิษณุให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมว่า ให้คณะกรรมการปฏิรูป 11 คณะ เป็นผู้คิดและจัดทำแผนปฏิรูปประเทศ กระทรวง ทบวง กรม เป็นผู้นำแผนไปปฏิบัติ ไม่ปฏิบัติไม่ได้จะมีโทษ ที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปด้านกฎหมาย พูดไม่ได้พูดในความหมายว่าเป็นห่วง แต่หมายความว่าการออกแบบโดยให้ส่วนราชการเป็นผู้คิด และทำ ไม่มีวันสำเร็จ ซึ่งเป็นความจริง แต่เราไม่ได้ให้ส่วนราชการคิด เราให้คนอื่นคิด แล้วให้ส่วนราชการไปทำ ส่วนกรณีที่นายบวรศักดิ์ไม่เข้าร่วมประชุม เนื่องจากมีภารกิจสำคัญต้องเดินทางไปต่างประเทศ แต่ได้ส่งตัวแทนร่วมประชุม ขณะเดียวกันมีการบ้านให้ส่วนราชการต้องไปอ่านแผนปฏิรูป และต้องบอกว่าตัวเองมีส่วนเกี่ยวพันกับการปฏิรูปประเด็นใดต้องทำรายงานส่งภายในเดือน ก.ค.

ตีปี๊บมหกรรมปฏิรูป 6 มิ.ย.

ด้านนายดนุชา พิชยนันท์ รองเลขาธิการสภาพัฒน์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้เสนอแนวทางการสร้างการรับรู้และขยายผลหุ้นส่วนการพัฒนาร่างยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูป โดยรัฐบาลเตรียมจัดมหกรรมผลงานปฏิรูป 11 คณะ ในวันที่ 6 มิ.ย.นี้ ที่ลานเซ็นทรัลคอร์ต ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดตัวและปลุกกระแสการปฏิรูปประเทศให้กับประชาชนและเยาวชนได้รับรู้ถึงแผนปฏิรูปต่างๆ โดยจะมีบอร์ดนิทรรศการเคลื่อนที่ แสดงรายละเอียดการปฏิรูปประเทศ ที่เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ

ตั้ง “จรุงวิทย์” นั่งเลขาฯ กกต.แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.ลงนามในสัญญาว่าจ้าง พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา ตามที่ กกต.มีมติเป็นเอกฉันท์เมื่อวันที่ 8 พ.ค. คัดเลือก ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กกต.และมติ กกต.เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ที่ให้มีการเซ็นสัญญาจ้างและได้มีคำสั่ง แต่งตั้งให้ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ เป็นเลขาธิการ กกต. โดยมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ก่อนที่จะมีการส่งเรื่องไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป โดยพนักงาน กกต.เมื่อรับทราบเรื่องเข้าแสดงความยินดีกับเลขาธิการ กกต.คนใหม่อย่างคึกคัก

ทูตไนจีเรียขอวิชาปลูกข้าวไทย

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอาห์เมด นูฮู บามัลลี เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรียประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ในโอกาสเข้ารับหน้าที่ โดยนายกฯกล่าวว่า เอกอัครราชทูตไนจีเรียจะเป็นกำลังสำคัญส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีของไทย-ไนจีเรีย และเชื่อมั่นว่า ไนจีเรียจะบรรลุเป้าประสงค์ในแผนฟื้นฟูและกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจเพราะมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของแอฟริกา ไทยพร้อมให้ความร่วมมือในเรื่องที่มีความเชี่ยวชาญ เช่น การสาธารณสุข เกษตร การท่องเที่ยว และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้านเอกอัครราชทูตไนจีเรียกล่าวว่า ไทยสามารถเป็นต้นแบบด้านการผลิตและแปรรูปผลผลิตการเกษตรครบวงจร โดยสนใจที่จะรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกข้าวจากไทย นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะร่วมมือด้านกงสุลและคนเข้าเมือง รวมทั้งการป้องกันและปราบปรามการค้ายาเสพติด

“เอกชัย” เชิญ “บิ๊กรัฐบาล” ร่วมม็อบ

ช่วงสายที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้นำบัตรเชิญขนาดเท่ากระดาษเอสี่ มีรูป พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เพื่อเชิญทั้ง 3 คนไปร่วมกิจกรรมกินแมคโดนัลด์ ซึ่งจัดโดยนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ที่ร้านแมคโดนัลด์สาขาราชประสงค์ ในวันที่ 19 พ.ค. เวลา 17.00 น. ตรงกับวันครบรอบ การสลายการชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โดยนายเอกชัยได้ชูการ์ดเชิญดังกล่าวบริเวณประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล

ศาลรับฟ้องกลุ่มอยากเลือกตั้ง

ที่ศาลแขวงดุสิต พนักงานอัยการคดีศาลแขวง 3 (ดุสิต) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายเนติวิทย์ หรือแฟรงก์ โชติภัทร์ไพศาล นักกิจกรรมนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับพวกผู้ชุมนุมกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ที่ชุมนุมบริเวณกองทัพบก หรือที่เรียกกันว่า “ARMY57” เป็นจำเลยที่ 1-45 ในความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่ง หัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 และ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 กรณีเมื่อวันที่ 10 มี.ค.61 จัดปราศรัย ที่สนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และนัดรวมตัวกันอีกครั้งในวันที่ 24 มี.ค. อ่านแถลงการณ์และปราศรัยบนรถ 6 ล้อติดเครื่องขยายเสียงโจมตีเลื่อนการเลือกตั้ง ศาลประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.1229/2561 นัดตรวจหลักฐานพร้อมสอบคำให้การจำเลยทั้งหมดวันที่ 12 ก.ค.เวลา 09.00 น. ขณะที่จำเลยทั้งหมดได้ถูกปล่อยตัวไป โดยไม่ต้องยื่นหลักทรัพย์ประกัน แต่ศาลให้ทั้งหมดสาบานตัวว่าจะมาตามนัดของศาล

คสช.ฟ้องแกนนำ พท. 4 ข้อหา

เมื่อเวลา 19.40 น. ที่ บก.ป. พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย คสช. และ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ หน.ฝ่ายปฏิบัติการส่วนกฎหมาย คสช. เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ท.ภิรมย์ เมืองไสย สว. (สอบสวน) กก.1 บก.ป. เพื่อดำเนินคดีกับแกนนำพรรคเพื่อไทย หลังจากที่พรรคเพื่อไทยเปิดแถลงประเมินผลการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล-คสช. ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา โดย พ.อ.บุรินทร์เผยว่า มาแจ้งความกับพรรคการเมืองดังกล่าว ความผิด 4 ข้อหา คือฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 57/57 ห้ามมิให้พรรคการเมืองที่มีอยู่แล้วดําเนินการประชุม หรือดําเนินกิจการใดๆในทางการเมือง ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่ 3/58 ในข้อ 12 ชุมนุมทางการเมือง ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป มาตรา 116 ยุยงปลุกปั่น และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เนื่องจากมีการไลฟ์สดในเฟซบุ๊ก แต่ไม่ขอเปิดเผยบุคคลและจำนวน

ที่มาของเนื้อหา : www.thairath.co.th