ต่างประเทศ » นักวิจัยยังมึนเสียงลี้ลับโจมตีจนท.ทูตมะกันในคิวบา เผยสมองบาดเจ็บ แต่หัวไร้แผล

นักวิจัยยังมึนเสียงลี้ลับโจมตีจนท.ทูตมะกันในคิวบา เผยสมองบาดเจ็บ แต่หัวไร้แผล

16 กุมภาพันธ์ 2018
72   0

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ผลการศึกษานักการทูตอเมริกัน 21 ราย ที่อ้างว่าตกเป็นเหยื่อของการถูกโจมตีด้วยเสียงลึกลับขณะที่ประจำการอยู่ที่สถานทูตสหรัฐในกรุงฮานาวา ประเทศคิวบา ซึ่งเป็นกรณีโต้แย้งก่อนหน้านี้ระหว่างรัฐบาลสหรัฐกับคิวบานั้น พบว่าเป็นเรื่องยากจะเข้าใจ เนื่องจากพบว่านักการทูตเหล่านี้มีอาการบาดเจ็บที่สมอง แต่ไม่ปรากฎว่าศีรษะมีบาดแผลบอบช้ำชัดเจนแต่อย่างใด

การศึกษานี้ที่ตีมพ์ในวารสารสมาคมการแพทย์อเมริกัน(จามา) เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เป็นการศึกษาของทีมนักวิจัยจากโรงเรียนการแพทย์เพเรลแมน แห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย ที่ทำการตรวจสอบนักการทูตอเมริกัน 21 รายประจำสถานทูตสหรัฐในกรุงฮาวานาที่บอกว่าพวกเขามีอาการเหมือนสมองได้รับความกระทบเทือนอย่างรุนแรงหลังจากไปประจำการยังสถานทูตสหรัฐในกรุงฮาวานาช่วงปี 2559-2560 โดยมีอาการตั้งแต่ มึนและปวดศีรษะ ปวดหู การได้ยินมีปัญหา การเพ่งสมาธิและการอ่านทำได้ยาก ไวต่อแสง และ นอนไม่หลับ ส่วนใหญ่เผชิญกับอาการเหล่านี้นานกว่า 3 เดือนและอาการยังรุนแรงมากขึ้นจนไม่สามารถทำงานได้

งานวิจัยชี้อีกว่า นักการทูต 18 จาก 21 คน ยังบอกว่าได้ยินเสียงที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน และเริ่มมีอาการขึ้นที่บ้านและโรงแรม โดยเสียงมาจากทิศทางที่ชัดเจน เป็นเสียงที่ดังแรงและต่อเนื่อง ส่วนใหญ่บอกว่าเสียงที่ได้ยินเป็นเสียงสูง มีเพียงแค่ 2 รายเท่านั้นที่บอกว่าเป็นเสียงต่ำ เป็นเสียงดังหึ่งๆ หรือเหมือนเสียงโลหะเสียดสีกัน บางรายบอกถึงเสียงสั่นแรงคล้ายกับนั่งอยู่ในรถที่เปิดหน้าต่างไว้ส่วนหนึ่ง และบางรายบอกว่าเมื่อเปลี่ยนตำแหน่งที่อยู่ ความรู้สึกดังกล่าวหายไปและอาการที่เคยเป็นลดลง

ทีมนักวิจัยชี้ว่าจำเป็นที่จะต้องมีการศึกษาให้มากกว่านี้เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการเหล่านี้ พร้อมแนะนำให้นักการทูตที่จะเดินทางไปยังคิวบาเข้ารับการตรวจร่างกายพื้นฐานก่อน

ทั้งนี้หลังเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นรัฐบาลสหรัฐได้ถอนนักการทูตสหรัฐประจำกรุงฮาวานากลับสหรัฐไปมากกว่าครึ่ง และยังขับนักการทูตคิวบา 15 คนออกจากกรุงวอชิงตัน เพื่อตอบโต้การโจมตีนักการทูตสหรัฐด้วยเสียงลึกลับ ที่รัฐบาลคิวบาปฏิเสธ และชี้ว่าเรื่องนี้มีการเมืองอยู่เบื้องหลัง

ที่มาของเนื้อหา : www.matichon.co.th