ยานยนต์ » บ๊อชพลิกโฉมโลกแห่งการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีแห่งการเชื่อมต่อ

บ๊อชพลิกโฉมโลกแห่งการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีแห่งการเชื่อมต่อ

16 กุมภาพันธ์ 2018
45   0

บ๊อชพลิกโฉมโลกแห่งการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีแห่งการเชื่อมต่อ

 

เบอร์ลิน และชตุ๊ทการ์ตประเทศเยอรมนี ในปัจจุบัน แอปพลิเคชั่นสมาร์ทโฟนได้เข้ามาแทนที่กุญแจรถยนต์ แผนที่จอดรถระบบดิจิทัลเข้ามาแทนความยุ่งยากในการหาที่จอด รวมทั้งบริการใช้

รถร่วมกันที่สามารถทำให้ผู้คนเดินทางได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้รถส่วนตัวกล่าวได้ว่าเทคโนโลยีแห่งการเชื่อมต่อได้เข้ามาช่วยให้การใช้ชีวิตบนท้องถนนง่ายขึ้น ปลอดภัยขึ้น และสะดวกสบายยิ่งขึ้น

ในขณะเดียวกันก็ลดความกังวลในการใช้ถนนหนทางทั่วโลกด้วย จากการวิจัยตลาดโดยการ์ตเนอร์ พบว่า 1 ใน 4 ของยานยนต์นับพันล้านคันทั่วโลก จะเชื่อมต่อถึงกันได้ผ่านอินเทอร์เน็ตในปี ค.ศ.2020 หรือปีพ.ศ.2563บ๊อชจึงเดินหน้าการเปลี่ยนผ่านไปสู่การให้บริการเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อน

ในงาน Bosch ConnectedWorld 2018บ๊อชซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเทคโนโลยีและการบริการชั้นนำ จึงเตรียมจัดแสดงศักยภาพด้านการบริการเพื่อการขับเคลื่อน และบริการอีกหลากหลายเกี่ยวกับการเชื่อมต่อเพื่อตอบโจทย์ผู้ขับขี่

 

บริการใช้รถร่วมกัน(Sharing services) และเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อนหลากรูปแบบ(multimodal mobility) เพื่อการคมนาคมในเมืองอันแสนสบายไร้กังวล

 

COUP:จอง จ่าย ไป –บริการ COUP เพื่อใช้รถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าร่วมกันเป็นทางเลือกใหม่ของระบบขนส่งสาธารณะ รถส่วนตัว หรือแท็กซี่ โดยให้บริการแล้วที่กรุงเบอร์ลินและปารีส และกำลังจะมีให้บริการตามท้องถนนในกรุงมาดริดในช่วงฤดูร้อนปี 2561 นี้

moveBW:ในเดือนกรกฎาคม 2560 บ๊อชได้เริ่มทดสอบบริการ moveBW ผู้ช่วยในการขับเคลื่อนแบบต่อเนื่องหลากรูปแบบ (multimodal mobility assistant) ด้วยการใช้ข้อมูลเรียลไทม์ค้นหาเส้นทางในเมืองที่จะนำไปยังจุดหมายได้เร็วที่สุด

 

myScotty:แอปพลิเคชั่นจากกิจการสตาร์ตอัพ myScotty ที่ช่วยให้ผู้ใช้พร้อมเดินทางเสมอ
ด้วยทางเลือกที่หลากหลายในการขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็นบริการใช้รถยนต์ร่วมกันรถสกู๊ตเตอร์ จักรยาน ไปจนถึงบริการแท็กซี่และรถเช่าต่าง ๆ

 

 

บริการด้วยเทคโนโลยีแห่งการเชื่อมต่อ เพื่อการขับเคลื่อนที่แสนสบายไร้กังวล

ระบบจอดรถในชุมชน (Community-based parking):ด้วยระบบค้นหาที่จอดรถในชุมชน ทำให้บ๊อชสามารถหาที่ว่างที่เหมาะสมในการจอดรถ ทำให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องหาเองระบบจะใช้เซ็นเซอร์คลื่นอัลตร้า-โซนิก ช่วยให้รถยนต์สามารถระบุและวัดระยะช่องว่างของรถที่จอดอยู่ขณะขับเคลื่อนผ่าน

 

บริการรับจอดรถอัตโนมัติ (Automated valet parking):โซลูชั่นส์สำหรับจอดรถอัตโนมัติของบ๊อช
จะช่วยให้รถยนต์สามารถจอดเองได้ในอนาคตเพียงผู้ขับขี่ฝากรถยนต์ไว้ตรงทางเข้าที่จอดและ
ใช้แอปพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟนสั่งการรถยนต์ก็จะค้นหาที่ว่างเอง และไปจอดได้โดยไม่ต้องมีคนช่วย

 

การอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านอินเทอร์เน็ต (Over-the-air software updates): ด้วยบริการอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านระบบ OTA หรือผ่านอินเทอร์เน็ตทางสมาร์ทโฟนช่วยให้การเข้าอู่ซ่อมทำได้ด้วยระบบดิจิทัล โดยจะมีการอัปเดตข้อมูลยานพาหนะผ่านระบบที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ ในแบบเดียวกับการอัปเดตข้อมูลสมาร์ทโฟน ซึ่งจะช่วยให้การดาวน์โหลดฟังก์ชั่นเสริมต่างๆ อาทิ แผนที่จอดรถระบบดิจิทัล เป็นเรื่องที่เป็นไปได้

 

ระบบไร้กุญแจ(Perfectly Keyless):บ๊อชจะทำให้ความวุ่นวายในการหากุญแจรถหมดไปด้วยระบบไร้กุญแจโดยสิ้นเชิง ซึ่งจะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถใช้สมาร์ทโฟนปลดล็อกหรือล็อกยานพาหนะเพื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ได้

 

การวินิจฉัยการขับขี่ล่วงหน้า (Predictive diagnostics): ในระหว่างการขับขี่ปกติ บริการวินิจฉัยล่วงหน้าจะใช้ตัวเลขและข้อมูลจากระบบคลาวด์ในการวิเคราะห์สภาพส่วนประกอบสำคัญๆ อาทิ แบตเตอรี่ หม้อกรองน้ำมันเชื้อเพลิงและระบบเบรกได้

 

บริการผู้ช่วยส่วนตัว (Concierge service):ด้วยบริการผู้ช่วยส่วนตัว ทำให้ผู้ขับขี่เสมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวในรถ สามารถช่วยหาที่ทำการไปรษณีย์ที่ใกล้ที่สุด ช่วยจองโต๊ะร้านอาหารหรือจองที่นั่งในคอนเสิร์ต รวมทั้งแนะนำกิจกรรมน่าสนใจในเมืองที่ไม่คุ้นเคย

 

บริการจองที่จอด ณ จุดพักรถบรรทุก (Secure truck parking): ระบบจองที่จอดรถ ณ จุดพักรถบรรทุกของบ๊อช มีให้บริการแล้วทั่วยุโรป เพื่อช่วยคนขับรถบรรทุกหาจุดจอดที่เหมาะสมและปลอดภัยโดยบ๊อชจะมีระบบติดตามแบบเรียลไทม์ดูว่าที่จุดใดมีรถบรรทุกจอดอยู่แล้ว

 

บริการด้วยเทคโนโลยีแห่งการเชื่อมต่อ เพื่อการขับเคลื่อนที่ปลอดอุบัติเหตุ

 

ผู้พิทักษ์ด้วยระบบคลาวด์ดาต้า: เฉพาะในประเทศเยอรมนี พบว่ามีการเตือนผู้ขับขี่ที่เดินรถผิดช่องทางถึงกว่า  2,000 ครั้งในแต่ละปี ยิ่งไปกว่านั้นคือ การเตือนส่วนใหญ่จะไม่ทันการณ์ เพราะผู้ขับขี่ได้ขับรถผิดช่องทางไปแล้ว 500 เมตรโดยเฉลี่ย เหตุร้ายแรงที่สุดคือเกิดอุบัติภัยจนถึงแก่ชีวิต ระบบเตือนการขับขี่ผิดช่องทางด้วยระบบคลาวด์ของบ๊อช จึงออกแบบมาเพื่อให้มีการแจ้งเตือนภายในเวลาไม่เกิน10 วินาทีเมื่อขับขี่ผิดช่องทาง

สายด่วนช่วยชีวิต (eCall – saving lives):ตั้งแต่เดือนเมษายน 2561 เป็นต้นไป พาหนะที่จดทะเบียนในสหภาพยุโรปทุกคัน จะต้องติดตั้งบริการช่วยชีวิตที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ติดตั้งเป็นระบบมาตรฐาน สายด่วนอัตโนมัติ หรือ eCall นี้ จะโทรออกอัตโนมัติเพื่อขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดอุบัติเหตุและคาดว่าระบบนี้จะช่วยชีวิตผู้คนได้กว่า 2,500 รายในแต่ละปี

 

การใช้ระบบ mySPIN จากสมาร์ทโฟน(mySPIN smartphone integration): ระบบนำทางด้วยสมาร์ทโฟน บริการสตรีมมิ่ง หรือการดูปฏิทินโดยไม่ต้องสัมผัสในขณะขับรถหรือขี่จักรยานยนต์ ล้วนเป็นไปได้ด้วยโซลูชั่น mySPIN จากบ๊อช ที่ประสานการทำงานของแอปฯ บนสมาร์ทโฟน เข้ากับระบบอินโฟเทน-เม้นต์ของรถ ซึ่งในอนาคต จะผนวกและนำข้อมูลบนระบบคลาวด์มาแสดงได้ในแบบเรียลไทม์ด้วยซึ่งข้อมูลนี้จะช่วยเตือนให้ผู้ขับขี่ได้ระแวดระวังสิ่งอันตรายต่างๆ เช่น การปิดการจราจรข้างหน้า

 

แอปฯ ช่วยขับขี่ (Driving app):แอปฯ นี้จะช่วยให้ผู้ขับขี่ออกคำสั่งด้วยเสียงและใช้ท่าทาง ในการควบคุมการทำงานของโทรศัพท์ ระบบนำทาง การส่งข้อความ และใช้แอปฯ ฟังเพลงในขณะขับได้อย่างปลอดภัย

 

ข้อมูลเส้นทางที่เชื่อมต่อกัน (Connected horizon):ช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยและสะดวกสบายยิ่งขึ้น เพราะสามารถให้ข้อมูลการจราจร เช่น การจราจรที่คับคั่ง และอุบัติเหตุ ข้อมูลเส้นทางทางภูมิประเทศ ทั้งทางยกสูง โค้งต่างๆ และข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างขั้นพื้นฐาน เช่น ป้ายจราจร และเขตจำกัดความเร็วต่างๆ ข้อมูลเหล่านี้ต่างแสดงผลแบบเรียลไทม์

 

ระบบระบุตำแหน่งด้วยเรดาร์ (Radar road signature):แผนที่ความละเอียดสูงนั้นมีความจำเป็นต่อระบบขับขี่อัตโนมัติ บ๊อชจึงพัฒนาระบบระบุตำแหน่งด้วยเรดาร์ด้วยข้อมูลที่ได้จากตัวเซ็นเซอร์ซึ่งสามารถนำไปประสานกับแผนที่ความละเอียดสูง ที่จะช่วยให้ยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติสามารถระบุตำแหน่งในช่องทางได้อย่างแม่นยำ

 

บริการทำนายสภาพถนนล่วงหน้า (Predictive road condition services):บริการนี้ของบ๊อชช่วยเสริมความปลอดภัยบนท้องถนน เนื่องจากการยึดเกาะของยานยนต์บนพื้นถนนนั้นแตกต่างกันไปตามฤดูกาลและสภาพอากาศ ทำให้ผู้ขับขี่หรือยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ต้องพร้อมปรับรูปแบบการขับขี่เพื่อเลี่ยงมิให้เกิดอันตราย บ๊อชได้พัฒนาบริการนี้ด้วยระบบคลาวด์ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับพื้นผิวถนน
แบบต่างๆ

 

บริการด้วยเทคโนโลยีแห่งการเชื่อมต่อ สำหรับการขับเคลื่อนระบบไฟฟ้า

 

แอปพลิเคชั่นสำหรับสถานีชาร์จไฟฟ้าและชำระเงิน(Charge and pay app):สมาร์ทโฟนจะเป็นกุญแจสำคัญในการค้นหาสถานีชาร์จไฟสำหรับยานยนต์ขับเคลื่อนระบบไฟฟ้า รวมทั้งจ่ายเงินด้วย ซึ่งทำได้ง่ายดายในคลิกเดียว บ๊อชได้พัฒนาแอปพลิเคชัน ชาร์จไฟร่วมกับผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำ อาทิเมอร์เซเดส-เบนซ์สมาร์ทและเรโนลต์ ทำให้ลูกค้าใช้งานแอปฯ กับสถานีชาร์จไฟได้ 17,400 แห่ง
ใน 5 ประเทศทั่วยุโรป และคาดว่าจะเพิ่มจำนวนสถานีมากขึ้นในอนาคต

ที่มาของเนื้อหา : www.banmuang.co.th