เศรษฐกิจ » "ประสาร" ชี้ศก.ดีตามวัฏจักร ไม่ใช่จากศักยภาพแข่งขัน แนะปรับโครงสร้างพื้นฐาน 3 ด้าน คน-เหลื่อมล้ำ-สถาบันล้าสมัย

"ประสาร" ชี้ศก.ดีตามวัฏจักร ไม่ใช่จากศักยภาพแข่งขัน แนะปรับโครงสร้างพื้นฐาน 3 ด้าน คน-เหลื่อมล้ำ-สถาบันล้าสมัย

5 เมษายน 2018
70   0

Spread the love

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ศาสตราภิชานกองทุนเพื่อการบริหารวิชาการและการศึกษา คณะพาณิชยศาสตร์ และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ และอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวปาฐกาพิเศษ “ปฏิวัติธุรกิจ ปฏิรูปการศึกษา Business Transformation through Flagship Education” ในโอกาสครบรอบ 80 ปีของการสถาปนาคณะพาณิชยศาสตร์ และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยว่า เศรษฐกิจโลกมีการขยายตัวต่อเนื่อง คาดว่าปี 2562 จะขยายตัว 3.9% ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยขยายตัวตาม แต่การส่งเสริมให้เศรษฐกิจไทยมีการเติบโตยั่งยืนภาครัฐต้องให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างพื้นฐานใน 3 เรื่อง คือการพัฒนาคน การลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ และความล้าสมัยของโครงสร้างสถาบันทางเศรษฐกิจ

นายประสารกล่าวว่า ที่ผ่านมาแผนเศรษฐกิจของไทยให้ความสำคัญกับเรื่องของปริมาณมากกว่าการพัฒนาในเชิงคุณภาพ ทำให้เศรษฐกิจไทยโดยรวมมีปัญหาในเชิงโครงสร้างซึ่งเป็นปัจจัยฉุดรั้งการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะภายใต้ความพยามขับเคลื่อนประเทศของภาครัฐ และเอกชน กลับเดินหน้าได้ช้ากว่าที่คาด และมีอาการไม่ต่างอะไรกับการเป็นอัมพาตทางเศรษฐกิจ ซึ่งต้องรีบเร่งรักษา

“ทศวรรษก่อนวิกฤติต้มยำกุ้ง ไทยเคยเติบโตเฉลี่ย 9% ต่อปี แต่ระยะหลังโตเฉลี่ยแค่ 4% นั่นเพราะผลประโยชน์จากการพัฒนายังไม่กระจายไปสู่ประชาชนกลุ่มต่างๆ อย่างทั่วถึง ประเทศไทยติดอยู่ในกลุ่มที่มีปัญหาความเหลื่อมล้ำระดับต้น ๆ ของโลก เป็นความเหลื่อมล้ำทั้งด้านเศรษฐกิจ และการศึกษา ทำให้คุณภาพการศึกษาต่ำลง ส่งผลเป็นลูกโซ่ต่อผลิตภาพคนไทย และศักยภาพทางเศรษฐกิจต่ำลงตาม”

นายประสารกล่าวว่า แม้การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยช่วงนี้จะเป็นสัญญาณที่ดี แต่ในความเป็นจริงถือเป็นการขยายตัวตามวัฏจักรเศรษฐกิจ ไม่ได้มาจากศักยภาพทางการแข่งขันที่แท้จริงของไทย ดังนั้นภาครัฐ และเอกชนควรมองไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง เพื่อพยายามแก้ปัญหาโครงสร้างดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกอันเกิดจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ที่ทำให้โครงสร้างสถาบันทางเศรษฐกิจที่เคยออกแบบไว้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อหลายสิบปีก่อน กลายเป็นความล้าสมัยที่ไม่สามารถตอบโจทย์ประเทศ และปรับตัวให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกได้ ซึ่งถือเป็นมิติที่มีความสำคัญ เพราะภาครัฐเป็นผู้กำหนดนโยบาย กฎหมาย กฎเกณฑ์ และกติกา ซึ่งจะมีผลต่อการสร้างแรงจูงใจ และระบบนิเวศ ที่เอื้อให้เศรษฐกิจสามารถพัฒนาได้เต็มศักยภาพ

นายประสาร กล่าวว่า 3 เรื่องหลักที่ควรทำพร้อมกันนับจากนี้ คือเรื่องของคุณภาพคน ต้องเน้นการเพิ่มทักษะความสามารถของคนทำงานทุกภาคส่วน ทั้งเกษตรกร แรงงาน และคนทำงานในด้านอื่นๆ รวมถึงความสามารถในการใช้เทคโนโลยีซึ่งจะยกระดับความสามารถของภาคธุรกิจไทย ปรับโครงสร้างพื้นฐานการศึกษาเพื่อให้เด็กไทยทุกคนเติบโตอย่างคนคุณภาพของประเทศ และปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านสถาบันต่างๆที่แม้ในอดีตได้ออกแบบไว้ดีแต่ใช้ได้ดีในอดีต ต้องปรับให้เข้ากับบริบทในยุคที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด เช่น การวางทิศทางนโยบายประเทศ หรือการบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจ หากทำได้จะทำให้การเติบโตของไทยเป็นไปอย่างมีศักยภาพ

ที่มาของเนื้อหา : www.matichon.co.th

Social Media Auto Publish Powered By : XYZScripts.com