เทคโนโลยี » ประโยชน์ 6 ข้อของเทคโนโลยีบล็อกเชน

ประโยชน์ 6 ข้อของเทคโนโลยีบล็อกเชน

20 สิงหาคม 2017
86   0


 นายสตีฟ ทรีกัสต์ ผู้อำนวยการด้านอุตสาหกรรมการเงิน การบริหารทรัพยากรมนุษย์และการวางกลยุทธ์ บริษัท ไอเอฟเอส   อธิบายถึงประโยชน์ 6 ข้อ สำหรับธุรกิจที่จะได้รับจากบล็อกเชน ว่า    บล็อกเชน (Blockchain) กำเนิดขึ้นเพื่อรับรองความถูกต้องให้กับบิทคอยน์ (Bitcoin) ระบบสกุลเงินที่สร้างปรากฏการณ์ให้กับอุตสาหกรรมการเงินอย่างมากเมื่อปี 2008 (พ.ศ. 2551) แกนหลักของเทคโนโลยีนี้คือการกำจัดระบบควบคุมแบบเบ็ดเสร็จจากส่วนกลางด้วยการนำเสนอเครือข่ายแบบกระจายที่มีข้อกำหนดและกฎระเบียบในแบบฉบับของตัวเอง 
   
 บล็อกเชนคืออะไร  BitcoinBlockchain เป็นบัญชีแยกประเภทระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความปลอดภัย โดยเชื่อมต่อกับหลายภาคส่วนบนเครือข่ายที่มีความน่าเชื่อถือและไว้ใจได้ อำนวยความสะดวกในการถ่ายโอนสินทรัพย์และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดังกล่าวด้วย  เทคโนโลยีนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องมือของบิทคอยน์ในการรับรองความถูกต้องของสกุลเงินอิเล็กทรอนิกส์หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ครั้งใหญ่ในโลกการเงินจนนำไปสู่วิกฤตการณ์ทางการเงินระดับโลกเมื่อปี พ.ศ. 2551
              
 ทุกธุรกรรมในระบบดิจิทัลจะได้รับการเก็บบันทึกอย่างปลอดภัยในห่วงโซ่ (เชน) ที่เชื่อมต่อกันด้วยคีย์ดิจิทัลที่มีการเข้ารหัสไว้สำหรับใช้แสดงความถูกต้องเมื่อได้รับการตรวจสอบจากเครือข่าย การสร้างสำเนา การแก้ไข หรือการลบธุรกรรมจะได้รับการป้องกันโดยเชนซึ่งมีอยู่ในคอมพิวเตอร์ของแต่ละคนบนเครือข่าย ยิ่งบล็อกเชนยาวมากเท่าไรและเครือข่ายกว้างไกลมากเพียงใด คีย์ดิจิทัลก็ยิ่งมีความซับซ้อนมากขึ้น ดังนั้นบล็อกเชนจึงมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นไปอีก
     แพลตฟอร์มการค้าขายแลกเปลี่ยนแบบใหม่  บล็อกเชนได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบค้าขายดังกล่าวด้วยการนำแต่ละคนหรือกลุ่มต่างๆ มารวมเข้าด้วยกันบนเครือข่ายที่เชื่อถือได้และไม่มีบุคคลที่สามเป็นตัวกลาง ทั้งยังสามารถบันทึกการทำธุรกรรมแต่ละรายการได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย 
     ข้อดีทางธุรกิจ
               การใช้ระบบค้าขายแลกเปลี่ยนแบบใหม่นี้สามารถสร้างประโยชน์ให้กับธุรกิจได้อย่างมากมาย แต่ส่วนใหญ่แล้วจะมุ่งเน้นไปที่ความสามารถอย่างน้อย 1ใน 6 อย่างดังนี้:
         1: ประสิทธิภาพ
               การทำธุรกรรมระหว่างบุคคลหรือกลุ่มที่เกี่ยวข้องสามารถเสร็จสมบูรณ์ได้โดยตรงและไม่ต้องมีคนกลาง ทั้งยังสามารถใช้ข้อมูลในรูปแบบดิจิทัล จึงทำให้การดำเนินธุรกรรมเป็นไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังสามารถใช้ ‘สัญญาอัจฉริยะ’ (Smart Contract) เพื่อผลักดันให้การดำเนินการด้านการค้าเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในสัญญาดังกล่าว  
         2: ความพร้อมที่จะให้ตรวจสอบบัญชี. เนื่องจากธุรกรรมแต่ละรายการได้รับการเก็บบันทึกอย่างต่อเนื่องและไม่มีกำหนด ดังนั้นจึงสามารถดำเนินการตรวจสอบได้ตลอดทั้งวงจรชีวิตของสินทรัพย์ 
 
          3: ความสามารถด้านการติดตาม
               การติดตามสินค้าในซัพพลายเชนจะได้รับประโยชน์หากต้องการติดตามตรวจสอบว่าตอนนี้ชิ้นส่วนต่างๆ อยู่ที่ใดบ้าง โดยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับชิ้นส่วนดังกล่าวจะถูกส่งไปยังหรือได้รับจากเจ้าของใหม่เพื่อดำเนินการในด้านอื่นๆ ต่อไป 
 
         4: ความโปร่งใส
               รายละเอียดของการทำธุรกรรมที่ชัดเจนจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับกระบวนการค้าขาย ทั้งยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้มั่นคงยิ่งขึ้นตามระดับความโปร่งใสที่มีอยู่ด้วย
         5: ความปลอดภัย
               ธุรกรรมแต่ละรายการจะได้รับการตรวจสอบภายในเครือข่ายโดยใช้การเข้ารหัสลับที่ซับซ้อนและได้รับการตรวจสอบอย่างอิสระ ดังนั้นจึงสามารถมั่นใจในความถูกต้องของข้อมูลได้ และข้อมูลที่น่าเชื่อถือดังกล่าวเป็นหนึ่งในพื้นฐานสำคัญของการใช้ประโยชน์จากแนวทางอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงค์  (Internet of Things: IoT) 
     และ 6: ความเห็น   ด้วยความสามารถในการติดตามสินทรัพย์ครอบคลุมทั้งวงจรชีวิต ผู้ออกแบบและผู้ผลิตสินทรัพย์จึงสามารถปรับรูปแบบการบริหารจัดการสินทรัพย์ตลอดวงจรชีวิตได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยอาศัยข้อมูลในด้านต่างๆ ไมว่าจะเป็นการจัดส่ง การติดตั้ง การบำรุงรักษา และการรื้อถอน
 

ที่มาของเนื้อหา : www.dailynews.co.th