กีฬา » ผ่าน 29 นัด ไทยลีก 2018 "กุนซือตกเก้าอี้แล้ว 17 คน"

ผ่าน 29 นัด ไทยลีก 2018 "กุนซือตกเก้าอี้แล้ว 17 คน"

14 กันยายน 2018
17   0

ผ่าน 29 นัด ไทยลีก 2018 "กุนซือตกเก้าอี้แล้ว 17 คน" ผ่าน 29 นัด ไทยลีก 2018 "กุนซือตกเก้าอี้แล้ว 17 คน" ภายหลังจากที่วงการลูกหนังลีกสูงสุดของแผ่นสยามประเทศ อย่างศึกฟุตบอลไทยลีก ฤดูกาล 2018 ที่โคจรมาถึงในช่วงท้ายของฤดูกาลซึ่งเหลือเพียง 5 นัดเท่านั้น แต่ทว่ากลับมีกุนซือที่ต้องตกงานเป็นรายที่ 17 เป็นที่เรียบร้อย ถือได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลเมืองไทยก็ว่าได้

        เหยี่ยวข่าวฟุตบอลสยามจะขอพาย้อนไปชมกันว่า 17 กุนซือที่ต้องตกเก้าอี้หลังจากศึกไทยลีกผ่านพ้นไป 29 นัด มีเหตุผลอันใดที่ต้องออกจากการกุมบังเหียน เชิญทุกท่านกวาดสายตาให้ทั่วตัวอักษรกันได้เลย
    

คนที่ 1 : ดราโก้ มามิช (โครเอเชีย) ขอแยกทางจาก ชัยนาท ฮฮร์นบิล (13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2561)

ผ่าน 29 นัด ไทยลีก 2018 "กุนซือตกเก้าอี้แล้ว 17 คน"

         เฮดโค้ชวัย 64 ปีที่มีดีกรี ยูฟ่า โปร ไลเซนส์ ถือเป็นคนแรกที่ต้องแยกทางกับทีมแบบกะทันหัน หลังจากผ่านไปแค่ 1 นัด ด้วยการพา "นกใหญ่พิฆาต" ชัยนาทฮอร์นบิล เปิดบ้านเสมอกับ สุพรรณบุรี เอฟซี ไป 0-0 เมื่อวันที่ 10 ก.พ.61 หลังจากที่เจ้าตัวได้ขอแยกทางกับทีมเนื่องจากมีปัญหาทางครอบครัวที่บ้านเกิดในอีก 3 วันต่อมา

        โดยทางด้านของ "เสี่ยแฮงค์" อนุชา นาคาศัย ประธานสโมสร เปิดเผยว่า เราได้แยกทางกับดราโก้ เนื่องจากเขามีปัญหาครอบครัวที่บ้านเกิดของเขาที่โครเอเชียและต้องบินกลับประเทศโดยไม่มีกำหนดซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อทีม ดราโก้เขาจึงได้ตัดสินใจลาออก

คนที่ 2 : คริสเตียน ซีเก้ (เยอรมนี) ขอแยกทางจาก ราชบุรี มิตรผล เอฟซี (22 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2561)

ผ่าน 29 นัด ไทยลีก 2018 "กุนซือตกเก้าอี้แล้ว 17 คน"

         อดีตแบ็คซ้ายทีมชาติเยอรมนีวัย 46 ปี หลังจากที่คุมทีมไปเพียงแค่ 2 นัดในไทยลีก 2018 เท่านั้น กับผลงานบุกไปแพ้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 1-2 ก่อนจะมาเปิดบ้านเอาชนะ แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี 1-0 ก็ต้องร่ำลาจากตำแหน่งกุนซือใหญ่ทันที และไปพูดผ่านสื่อบ้านเกิดหลังทำทีมไปแค่ 45 วันว่า สาเหตุหลักจริงๆที่ทำให้ตัดสินใจอำลาทีมเป็นเพราะความคิดเห็นไม่ลงรอยกับผู้บริหารทีม โดยให้เหตุผลว่าการคุมทีมอุ่นเครื่องนัดแรกของตน แต่กลับมีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นโดยไม่ถามความเห็นของตนก่อน

        แต่ทว่าหลังจากนั้นทางสโมสร ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ก็ออกโรงสวนกลับทันทีว่า คริสเตียน ซีเก้ ลาทีมกระทันหันเช้าวันที่จะมีการเปิดตัวสโมสร โดยอ้างว่าภรรยาไม่สามารถใช้ชีวิตที่นี่ได้ต้องกลับเยอรมันด่วน แต่ความจริงคือไปนอนอยู่ที่โรงแรมฮิลตัน ที่กรุงเทพฯในคืนวันนั้นโดยไม่สนใจเกี่ยวกับงานเปิดตัวของสโมสร ทำให้กลายเป็นการไม่ลงรอยกันตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

คนที่ 3 : ธชตวัน ศรีปาน (ไทย) ขอลาออกจาก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด (12 มีนาคม พ.ศ.2561)

ผ่าน 29 นัด ไทยลีก 2018 "กุนซือตกเก้าอี้แล้ว 17 คน"

        หลังจากเจ้าของฉายา "สุภาพบุรุษลูกหนัง" เข้ามาคุมทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ตั้งแต่ก่อนเปิดฤดูกาล 2016 และทำทีมคว้าแชมป์ไทยลีก 2016 แถมยังพาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วย ลีก คัพ 2016 เป็นสมัยแรกในประวัติศาสตร์สโมสรด้วย รวมทั้งพา "กิเลนผยอง" คว้าแชมป์ ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ คัพ 2017 ประเดิมต้นปี ก่อนที่จะปิดท้ายซีซั่น 2017 ด้วยการคว้าแชมป์ ฟุตบอลถ้วย ลีก คัพ 2017 และ แม่โขง คลับ แชมเปี้ยนชิพ ไปจนถึงการได้รับกุนซือยอดเยี่ยมของไทยลีก เวอร์ชั่น 2017 จากการประกาศของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย อีกด้วย

        ทว่า เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2561 นั่นคือวันสุดท้ายที่ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด สามารถเก็บ 3 คะแนนได้สำเร็จ หลังจากบุกไปชนะ แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี 1-0 ก็ไม่พบกับคำว่าชัยชนะอีกเลยถึง 2 เกมรวด วันที่ 3 มี.ค.61 เสมอ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด 1-1 (เหย้า) และ วันที่ 11 มี.ค.61 แพ้ พีที ประจวบ เอฟซี 1-6 (เยือน) ก่อนที่จะมีการประกาศลาออกของ "โค้ชแบน" ธชตวัน ศรีปาน อย่างเป็นทางการ

คนที่ 4 : เรเน่ เดอซาเยียร์ (เบลเยี่ยม) โดนปลดจาก ราชบุรี มิตรผล เอฟซี (15 มีนาคม พ.ศ.2561)

ผ่าน 29 นัด ไทยลีก 2018 "กุนซือตกเก้าอี้แล้ว 17 คน"

        หลังจาก 5 เกมแรกในไทยลีกของ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ต้องจบลงด้วยการใช้กุนซือไปถึง 2 ราย ก่อนหน้านี้หลังจบนัดที่ 2 เป็นทาง คริสเตียน ซีเก้ ก่อนที่จะมาแยกทางกับ เรเน่ เดอซาเยียร์ อดีตกุนซือที่พา เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เป็นแชมป์ไทยลีก 2011 เนื่องจากไม่สามารถพาทีมเก็บได้สักคะแนนจาก 2 เกมในการคุมทีม ไม่ว่าจะเป็นเกมเปิดบ้านแพ้ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด 1-2 และบุกไปเยือนแพ้ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด 0-2

คนที่ 5 :โจเซฟ เฟร์เร (สเปน) โดนปลดจาก บางกอกกล๊าส เอฟซี (29 มีนาคม พ.ศ.2561)

ผ่าน 29 นัด ไทยลีก 2018 "กุนซือตกเก้าอี้แล้ว 17 คน"

        ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ.2561 พวกเขาได้ประกาศแยกทาง "โคโค่" โจเซฟ เฟร์เร กุนซือชาวสเปน หลังจากแพ้ พัทยา ยูไนเต็ด ที่อุดมไปด้วยนักเตะดาวรุ่งแบบคาบ้าน 0-1 เมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ.2561 ทำให้ผลงานของทีมล่วงลงมา อยู่อันดับ 13 ของตารางคะแนนไทยลีก ก่อนที่บอร์ดบริหารจะแต่งตั้ง "โค้ชอ่ำ" อำนาจ แก้วเขียว ขึ้นมารักษาการหัวหน้าผู้ฝึกสอนนั่นเอง

คนที่ 6 : สก๊อต คูเปอร์(อังกฤษ) ขอแยกทางจาก โปลิศ เทโร เอฟซี (30 มีนาคม พ.ศ.2561)

ผ่าน 29 นัด ไทยลีก 2018 "กุนซือตกเก้าอี้แล้ว 17 คน"

        กุนซือวัย 48 ปีชาวอังกฤษทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวังกับ โปลิศ เทโร เอฟซี เนื่องจากพาทีมเก็บได้เพียง 4 คะแนนจาก 7 นัดประกอบด้วย แพ้ พีที ประจวบ เอฟซี 2-3 (เยือน) , แพ้ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด 1-2 (เหย้า), เสมอ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด 1-1 (เยือน), แพ้ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี 0-1 (เหย้า), ชนะ ชัยนาท ฮฮร์นบิล 4-2 (เยือน) , แพ้ ชลบุรี เอฟซี 0-1 (เหย้า) ทำให้ล่วงลงไปอยู่อันดับที่ 16 ของตาราง
 
        จากนั้นในนัดที่ 7 ทางสโมสรจะให้ ดาร์เรน รีด ผู้ช่วยของ สก็อต คูเปอร์ ทำทีมแทน แต่ยังไม่ดีขึ้นเพราะพาทีมออกไปแพ้ สุพรรณบุรี เอฟซี 0-2 ทำให้อันดับหล่นมาอยู่ที่ 17 ของตาราง จนกระทั่งทีมได้ให้ "โค้ชอ้น" รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค ขึ้นมากุมบังเหียนรักษาการณ์ในแมตช์ต่อมา

คนที่ 7 : สะสม พบประเสริฐ ขอลาออกจาก แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี (31 มีนาคม พ.ศ.2561)

ผ่าน 29 นัด ไทยลีก 2018 "กุนซือตกเก้าอี้แล้ว 17 คน"

         ผ่านไป 8 นัดของฤดูกาล แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี ยังไม่สามารถเอาชนะใครได้เลย โดยมีสถิติ เสมอ 1 แพ้ 7 ยังไม่ชนะใคร มีเพียง 1 แต้ม จาก 8 นัด จมบ๊วยตารางคะแนน ก่อนที่ "โค้ชเตี้ย" สะสม พบประเสริฐ จึงกลายเป็นแม่ทัพรายที่ 7 ที่ขอยุติการทำหน้าที่กุมบังเหียน ก่อนที่ให้หลัง 3 วัน แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี ทุบประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ด้วยการตั้ง แอนดรูว์ ออร์ด กุนซือต่างชาติคนแรกในรอบ 70 ปีของสโมสร ที่ปั้น ชนาธิป สรงกระสินธ์ ตั้งแต่เป็นเยาวชนของ โปลิศ เทโร เอฟซี เข้ามากุมบังเหียนนั่นเอง

คนที่ 8 :โกรัน บาร์ยัคทาเรวิช (เยอรมัน) ขอลาออกจาก ชลบุรี เอฟซี (3 เมษายน พ.ศ.2561)

ผ่าน 29 นัด ไทยลีก 2018 "กุนซือตกเก้าอี้แล้ว 17 คน"

        กุนซือเยอรมัน เชื้อสายยูโกสลาเวีย วัย 48 ปี เข้ามารับหน้าที่ผู้จัดการทีม ชลบุรี เอฟซี ต่อจาก เทิดศักดิ์ ใจมั่น ในช่วงเริ่มต้นฤดูกาล 2018 ถือเป็นกุนซือต่างชาติรายที่ 2 ของ ชลบุรี เอฟซี ต่อจาก มาซาฮิโร วาดะ กุนซือชาวญี่ปุ่น ที่เคยคุมทัพเมื่อซีซั่น 2014

        ทว่าการทำผลงานในช่วง 8 นัดแรกด้วยการพาทีมชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 4 เก็บได้ 10 คะแนน รั้งอยู่ในอันดับที่ 11 ของตารางคะแนนไทยลีก 2018 ทำให้ที่สุดแล้ว เขาตัดสินใจลาออกจากการทำหน้าที่ ด้วยเหตุผลส่วนตัวและรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น ก่อนที่บอร์ดบริหารแต่งตั้ง "โค้ชโบ้" จักรพันธ์ ปั่นปี ทำหน้าที่รักษาการแทนแบบยาวๆ ร่วมงานกับ เทิดศักดิ์ ใจมั่น หนึ่งในสตาฟ์โค้ชของทีม

คนที่ 9 : วิริยะ เผ่าพันธุ์ (ไทย) โดนปลดจาก ราชนาวี (3 เมษายน พ.ศ.2561)

ผ่าน 29 นัด ไทยลีก 2018 "กุนซือตกเก้าอี้แล้ว 17 คน"

        ในช่วงหัวค่ำของวันที่ 3 เมษายน พ.ศ.61 กุนซือที่ต้องออกจากทีมและเป็นคนที่สองในวันเดียวกันต่อจาก โกรัน บาร์ยัคทาเรวิช ที่ลาออกจาก ชลบุรี เอฟซี หลังจากที่ ราชนาวี ได้ทำการปลด วิริยะ เผ่าพันธุ์ ซึ่งคุมทีมมาทั้งหมด 8 เกมแต่ผลงานกลับไม่กระเตื้อง ก่อนจะให้ทาง ชำนาญ แพรขุนทด เข้ามาทำหน้าที่แทน

คนที่ 10 : ชำนาญ แพรขุนทด (ไทย) ขอลาออกจาก ราชนาวี (11 เมษายน พ.ศ.2561)

ผ่าน 29 นัด ไทยลีก 2018 "กุนซือตกเก้าอี้แล้ว 17 คน"

        หลังจาก "โค้ชบลู" ชำนาญ แพรขุนทด ถูกดันขึ้นมาเป็นกุนซือใหญ่เต็มตัวแทนที่ วิริยะ เผ่าพันธุ์ ที่โดนลดบทบาทไปทำอคาเดมี ตามการเปิดเผยของผู้จัดการทีมตะหานน้ำ เมื่อวันที่ 4 เมษายน พ.ศ.2561 แต่ทว่าได้ทำหน้าที่เพียงแค่ 2 เกมในแมตช์ที่บุกไปแพ้ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 4-0 และบุกไปแพ้ ชัยนาท ฮอร์นบิล 0-1 อย่างไรก็ดีภายหลังจบเกมกับ ชัยนาท ฮอร์นบิล เมื่อคืนวันที่ 11 เมษายน พ.ศ.2561 "โค้ชบลู" ก็ได้ตัดสินใจแถลงยุติบทบาทของตัวเองเพื่อเปิดทางให้คนที่มีความสามารถเข้ามาทำหน้าที่ เฮดโค้ชราชนาวี ต่อไป

        ส่งผลให้ "โค้ชบลู"  กลายเป็นกุนซืออายุงานสั้นที่สุดตลอดกาลของไทยลีก ทำลายสถิติเดิมของ เรเน เดอซาเยียร์ ที่แยกทางกับ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี หลังทำทีมไปได้แค่ 19 วันนั่นเอง

คนที่ 11 : มิซู พาเทไลเนน (ฟินแลนด์) โดนปลดจาก อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด (22 เมษายน พ.ศ.2561)

ผ่าน 29 นัด ไทยลีก 2018 "กุนซือตกเก้าอี้แล้ว 17 คน"

        หลังจบเกมที่เปิดบ้านเสมอ ชัยนาท ฮอร์นบิล 1-1 เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ.2561 นั่นเป็นเกมสุดท้ายของกุนซือชาวฟินแลนด์วัย 51 ปี ก่อนที่วันรุ่งขึ้น บอร์ดบริหารของสโมสร อุบล ยูเอ็มที ได้ออกมาประกาศแยกทางกับ มิซู พาเทไลเนน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

        โดยทาง "บิ๊กอ๋อ" ธนพร สมศรี ผู้อำนวยการสโมสรอุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ให้เหตุผลว่า หลังจากสถานการณ์ของทีมได้หล่นลงมาอยู่ในโซนท้ายตาราง และเสี่ยงต่อการตกชั้น และเตรียมหาโค้ชคนใหม่เข้ามาแก้ไขสถานการณ์ของทีม ให้กลับมาอยู่ในโซนที่ปลอดภัยอีกครั้ง ซึ่งสโมสรอยากจะขอบคุณมิซู ที่เข้ามาทำงานที่อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด และใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ในการทำทีม แต่เป็นวิถีของฟุตบอลที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีขึ้น

คนที่ 12 : เนติพงษ์ ศรีทองอินทร์ (ไทย) โดนปลดจาก ราชนาวี (7 พฤษภาคม พ.ศ.2561)

ผ่าน 29 นัด ไทยลีก 2018 "กุนซือตกเก้าอี้แล้ว 17 คน"

        ถือเป็นกุนซือตะหานน้ำรายที่ 3 ที่ต้องโดนเด้ง หลังจากที่บอร์ดบริหารมีติเห็นชอบด้วยการปลด "อัลเฟรด" เนติพงษ์ ศรีทองอินทร์ เฮดโค้ชของราชนาวี หลังจากที่ทำผลงานไม่ตรงตามเป้าหมาย ซึ่งเจ้าตัวคุมทีมได้เพียงแค่ 4 เกมเท่านั้น

        ซึ่งทาง นาวาเอกรัฐธีร์ วชิรสิริสันต์ ผู้จัดการทีมราชนาวี ได้เผยเหตุผลว่า การปลด เนติพงษ์ อย่างเป็นทางการ เป็นเพราะว่าทีมมีผลงานที่ไม่ค่อยดีเท่าที่ควร และไม่ตรงตามเป้าที่วางเอาไว้ ซึ่งทีมอยู่อันดับที่ 16 แต่ทั้งนี้ในเรื่องของรูปแบบการเล่นโดยเฉพาะเกมรุกถือเป็นที่น่าพอใจ

คนที่ 13 : ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก (ไทย) ขอแยกทางจาก สุโขทัย เอฟซี (20 พฤษภาคม พ.ศ.2561)

ผ่าน 29 นัด ไทยลีก 2018 "กุนซือตกเก้าอี้แล้ว 17 คน"

        "ค้าวคาวไฟ" สุโขทัย เอฟซี ตัดสินใจแยกทางกับ "ขงเบ๊"ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก กุนซือใหญ่ของทีม หลังเกมบุกพ่ายเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 3-4 เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ.2561 ทำให้แพ้เป็นนัดที่ 3 ติดต่อกัน และเก็บชัยชนะได้แค่เกมเดียวใน 8 นัดหลังสุด โดยมี 21 คะแนน จาก 15 นัด ด้วยผลงาน ชนะ 6 สมอ 3 แพ้ 6 ก่อนที่จะถูกปลดออกจากตำแหน่ง

        จากนั้นทางบอร์ดบริหารสโมสรสุโขทัย เอฟซี มอบหมายให้ "โค้ชเบนซ์" ญาณวิทย์ คันธราษฎร์ เทรนเนอร์ ดีกรี ยูฟ่า เอ ไลเซน ที่เพิ่งถูกแต่งตั้งให้มาช่วย "โค้ชเบ๊" ได้เข้ามาคุมทีมขัดตาทัพชั่วคราวต่อทันที

คนที่ 14 : แอนดรูว์ ออร์ด (ออสเตรเลีย) ขอลาออกจาก แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี (4 มิถุนายน พ.ศ.2561)

ผ่าน 29 นัด ไทยลีก 2018 "กุนซือตกเก้าอี้แล้ว 17 คน"

        กุนซือชาวอังกฤษ ตัดสินใจลาออกจากการคุม แอร์ฟอรซ เซ็นทรัล เอฟซี ก่อนประเดิมเลกที่สอง หลังจากที่เข้ามารับงานต่อ สะสม พบประเสริฐ ถึงแม้คุมนัดแรกจะสามารถพาทีมบุกชนะ นครราชสีมา เอฟซี 1-0 แต่จากนั้น 8 นัดหลังสุด กลับไม่ชนะใครเลย โดยแพ้ถึง 7 นัด และ เสมอ 1 นัด นำมาซึ่งการขอลาออกในที่สุด

        สำหรับ แอนดรูว์ ออร์ด เป็นที่รู้จักกันดี ในฐานะหนึ่งในผู้ปลุกปั้น ชนาธิป สรงกระสินธ์ นอกจากเคยคุม บีอีซี เทโรศาสน ช่วงปี 2012 แล้ว เขายังเคยทำงานในอคาเดมี่ ย่างกุ้ง ยูไนเต็ด (เมียนมา) ต่อด้วยดูแลทีมเยาวชน เพิร์ธ กอลรี่ และขยับขึ้นมาเป็นผู้ช่วยเฮดโค้ชชุดใหญ่ถึง 4 ปี มีส่วนพาทีมคว้ารองแชมป์เอฟเอคัพ 2 สมัยติด กระทั่งมาเป็น กุนซือบังกลาเทศ ดูแลทั้งชุดใหญ่ และ เยาวชนทั้งรุ่น U16 – U19 นั่นเอง

คนที่ 15 : อเดบาโย กาเดโบ (ไนจีเรีย) ขอลาออกจาก สุพรรณบุรี เอฟซี (23 มิถุนายน พ.ศ.2561)

ผ่าน 29 นัด ไทยลีก 2018 "กุนซือตกเก้าอี้แล้ว 17 คน"

        กุนซือชาวไนจีเรียวัย 44 ปี สละเก้าอี้กุนซือ "ช้างศึกยุทธหัตถี" สุพรรณบุรี เอฟซี หลังพาทีมบุกไปแพ้ ชลบุรี เอฟซี 0-1 เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ.2561 อย่างไรก็ตาม "ช้างศึกยุทธหัตถี" ภายใต้การคุมทัพของเทรนเนอร์ชาวไนจีเรียเคยออกสตาร์ทฤดูกาลนี้ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยม มีสถิติไม่แพ้ใครติดต่อกัน 10 นัด แต่นับจากพวกเขาพ่ายต่อ การท่าเรือ เอฟซี คาบ้านเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ.2561 ก็ยังไม่ชนะใครในลีกเลย 6 เกมติดต่อกันจนทำให้ต้องลาออกไปในที่สุด

คนที่ 16 : รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค (ไทย) ถอยไปเป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอน โปลิศ เทโร เอฟซี (29 มิถุนายน พ.ศ.2561)

ผ่าน 29 นัด ไทยลีก 2018 "กุนซือตกเก้าอี้แล้ว 17 คน"

        หลังจากที่อดีตกุนซือ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้หวนกลับมาคุมทีพ โปลิศ เทโร เอฟซี อีกครั้ง จึงทำให้ทาง "โค้ชอ้น" รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค จะถอยไปรับบทบาทผู้ช่วยผู้ฝึกสอน อย่างไรก็ตามทั้งสองคนมีแนวทางในการทำทีมไปในทิศทางเดียวกัน และพร้อมที่จะพาทีมโลดแล่นในเลกที่สองที่กำลังเข้มข้น

        ทว่าเหตุผลลึกๆแล้วเป็นทาง "โค้ชอ้น" ที่ติดต่อให้ "โค้ชแบน" ได้กลับมาคุมทีมอีกครั้ง เนื่องด้วยสถานการณ์ที่บีบคั้นต้องตกชั้น 5 ทีม ของไทยลีก 2018 ทุกทีมต้องการคนมีประสบการณ์มาคุมทีม นั่นทำให้ "โค้ชอ้น" รู้ตัวว่า เขาต้องการมันสมองและความเป็นมืออาชีพจากใครคนหนึ่งที่เขาเคารพมาตลอดชีวิตทั้งในนามนักเตะและโค้ชนั่นเอง

และล่าสุดคนที่ 17 : ธชตวัน ศรีปาน ขอลาออกจาก โปลิศ เทโร เอฟซี (13 กันยายน พ.ศ.2561)

ผ่าน 29 นัด ไทยลีก 2018 "กุนซือตกเก้าอี้แล้ว 17 คน"

        ภายหลังเกมบุกไปแพ้ พัทยา ยูไนเต็ด 1-3 ทำให้ผลงานของ "โค้ชแบน" หลังจากหวนกลับมาคุมทีมมังกรโล่ห์เงิน ชนะ 2 แพ้ 5 เสมอ 2 เก็บได้แค่ 8 คะแนนจาก 9 นัด และในขณะนี้ทีมมีอยู่ 33 คะแนนจาก 19 นัด รั้งอันดับ 5 จากโซนท้ายตาราง และเหลือโปรแกรมอีกเพียง 5 นัดสุดท้ายของซีซั่นเท่านั้น ก่อนที่ล่าสุดช่วงเย็นของวันที่ 13 กันยายน พ.ศ.2561 ทาง "โค้ชแบน" ได้ส่งข้อความผ่านไลน์กลุ่มสตาฟฟ์ทีมว่า ขอลาออกจากตำแหน่งผู้ฝึกสอน พร้อมอวยพร ให้ทีมโชคดี

        โดยเนื้อหามีอยู่ว่า "ขออนุญาติกล่าวลาและขอบคุณสโมสรโปลิศ-เทโรฯ ผู้บริหารทุกๆคน ทีมงานสต๊าฟทุกๆคน น้องๆนักฟุตบอลทุกๆคน ที่ได้มีโอกาสร่วมงานด้วยและขอโทษทุกคนด้วยนะครับที่ไม่สามารถใช้ความสามารถที่มีพาทีมไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ได้ หวังว่าการปรับเปลี่ยนครั้งนี้จะเป็นโมเมนตัมสำคัญให้เกิดแรงผลักดันให้นักเตะและทีมเอาชนะทุกทีมอีกห้านัดที่เหลือเพื่อไปสู่เป้าหมายที่สโมสรและทุกๆคนมุ่งหวัง ขอให้โชคดีครับทุกๆคน ขอให้สโมสรประสบความสำเร็จต่อไปนะครับ"

        จากนั้นบอร์ดบริหารของสโมสรได้ให้ทาง "โค้ชอ้น" รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค ขึ้นมาทำหน้าที่แทนในอีก 5 เกมที่เหลือ พร้อมกันนี้ผู้บริหารโปลิศ เทโร เอฟซี ยังชื่นชมความเป็นสุภาพบุรุษของ "โค้ชแบน" ที่ยอมรับกับผลงานที่เกิดขึ้น และยังอวยพรให้โชคดีกับเส้นทางกุนซือตลอดไป

"กอล์ฟ เบนเทเก้"

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร
Add friend ที่ @Siamsport
เพิ่มเพื่อน

ที่มาของเนื้อหา : www.siamsport.co.th