ต่างประเทศ » ฟินแลนด์ยืนยันก่อการร้าย แฉมือมีดเป็น"โมร็อคโค"เหมือนกลุ่มถล่มสเปน

ฟินแลนด์ยืนยันก่อการร้าย แฉมือมีดเป็น"โมร็อคโค"เหมือนกลุ่มถล่มสเปน

19 สิงหาคม 2017
113   0

ก่อการร้ายลามหนักชาติ “ยุโรป” หลังตำรวจ “ฟินแลนด์” ยอมรับเหตุไล่แทงคนกลางเมืองตาย 2 เจ็บ 8 เป็นฝีมือก่อการราย แฉมือมีดมีเชื้อสาย “โมร็อคโค” เหมือนกลุ่มที่ก่อเหตุในสเปน ด้านคน “รัสเซีย” ผวาหนักหลังเกิดเหตุวิ่งไล่แทงคนกลางเมืองจนบาดเจ็บระนาว ก่อนตำรวจจะตัดสินใจยิงทิ้งมือมีด แต่ยังไม่ปักใจโยงกลุ่มไอเอส ส่วนทางการสเปนเร่งล่าคนร้ายถล่ม “บาร์เซโลนา” ผงะ!พบแผนก่อเหตุใหญ่ แต่ระเบิดที่เตรียมไว้เกิดบึ้มเสียก่อน

ยังคงมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องสำหรับเหตุการณ์โจมตีประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรปจากฝีมือของกลุ่มผู้ก่อการร้ายรัฐอิสลาม หรือ ISIS โดยประเทศที่ตกเป็นเหยื่อรายล่าสุด คือ ฟินแลนด์ หลังเกิดเหตุคนร้ายใช้มีดไล่แทงประชาชนเสียชีวิต 2 ศพ บาดเจ็บอีก 8 ราย ในเมืองเตอร์กู (Turku) เมืองท่าทางตะวันตกของฟินแลนด์เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งแม้เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะให้น้ำหนักเป็นเพียงคดีอาชญากรรมทั่วไป แต่ที่สุดก็ได้ออกมายอมรับแล้วว่า เหตุที่เกิดขึ้นเป็นการก่อเหตุโดยเจตนาของกลุ่มผู้ก่อการร้าย

“ฟินแลนด์”ชี้ไล่แทงคนโยงก่อการร้าย

โดยสำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม โดยอ้างคำแถลงของสำนักงานตำรวจของฟินแลนด์ที่ออกมายอมรับว่า เหตุการณ์ไล่แทงประชาชนเสียชีวิตในเมืองเตอร์กูมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายไอเอส โดยมือมีดเป็นชายวัยรุ่นอายุ 18 ปีจากโมร็อคโค เช่นเดียวกับกลุ่มผู้ต้องสงสัยก่อเหตุขับรถตู้พุ่งชนนักท่องเที่ยวในเมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน

“ในเบื้องต้นเราสืบสวนในฐานะคดีฆาตกรรม แต่จากข้อมูลที่ได้รับตลอดคืนที่ผ่านมาทำให้มีการเพิ่มข้อหาเจตนาและพยายามก่อการร้ายเข้าไปด้วย” ตำรวจแถลง พร้อมกับย้ำว่า ทราบตัวตนของคนร้ายแล้วว่า เป็นพลเมืองโมร็อกโก อายุ 18 ปี และได้ยึดรถตู้ เฟียต ดูคาโต สีขาวคันหนึ่งซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับคดีนี้ แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด

ยอดบาดเจ็บเพิ่มเป็น8-ตาย2ศพ

ทั้งนี้เหตุระทึกขวัญดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาราว 16.00 น. วันที่ 18 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่น โดยคนร้ายได้ใช้มีดไล่แทงชาวบ้านกลางตลาดที่มีผู้คนพลุกพล่านในเมืองเตอร์กู (Turku) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฟินแลนด์ ก่อนจะถูกตำรวจยิงได้รับบาดเจ็บที่ขา และถูกจับกุมภายในไม่กี่นาที

หลังเกิดเหตุการณ์ ตำรวจได้กั้นพื้นที่ห้ามประชาชนเข้าไปบริเวณจุดเกิดเหตุใจกลางเมืองเตอร์กูนานหลายชั่วโมง โดยยอดผู้บาดเจ็บในขณะนี้เพิ่มขึ้นเป็น 8 ราย โดยเป็นชาวอิตาเลียน 1 คน ชาวสวีเดน 2 คน นอกนั้นเป็นพลเมืองฟินแลนด์

บุกรวบอีก5ผู้ต้องสงสัย

ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้บุกตรวจค้นอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในเมืองเตอร์กู (Turku) และจับกุมผู้ต้องสงสัยได้เพิ่มเติมอีก 5 ราย

“เรากำลังตรวจสอบบุคคลทั้ง 5 แต่ยังสรุปไม่ได้ว่าพวกเขาเกี่ยวข้อง (กับเหตุโจมตี) หรือไม่ ต้องสอบปากคำเสียก่อนจึงจะให้ข้อมูลได้มากกว่านี้ แต่เท่าที่ทราบคือพวกเขาเคยติดต่อกับคนร้ายที่ลงมือ” มาร์กุส เลน จากสำนักงานสืบสวนแห่งชาติฟินแลนด์ ระบุ

แฉคนร้ายตั้งใจแทงไม่เลือกหน้า

สื่อท้องถิ่นอ้างข้อมูลจากตำรวจซึ่งสันนิษฐานว่า คนร้ายตั้งใจใช้มีดทำร้ายคนแบบไม่เลือกหน้า และน่าจะลงมือเพียงลำพัง แต่ก็ไม่ตัดความเป็นไปได้ที่อาจมีผู้สมรู้ร่วมคิด

รัฐบาลฟินแลนด์ได้สั่งยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินทั่วประเทศ โดยเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยสนามบิน สถานีรถไฟ และส่งตำรวจออกตรวจตราตามท้องถนนเพิ่มขึ้น

รัสเซียระส่ำ!มือมีดโผล่จ้วงคนไป8

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ว่า คณะกรรมการสอบสวนของรัสเซีย ซึ่งรับผิดชอบดูแลคดีอาชญากรรมใหญ่ๆ ภายในประเทศได้แถลงว่า ได้เกิดเหตุคนร้ายเป็นชายใช้มีดวิ่งไล่แทงคนที่สัญจรไปมาตามถนนสายหลักของเมืองซูร์กุต เขตปกครองตนเองฮันตี มันซี ยูกรา ซึ่งอยู่ทางตอนกลางของประเทศรัสเซีย

ตำรวจยิงทิ้งทันที-ยังยืนยันไม่ใช่ก่อการร้าย

โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อเวลา 11.20 น. วันเดียวกันนี้ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 8 คน โดยในจำนวนนี้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะตัดสินใจวิสามัญฆากรรมคนร้ายรายดังกล่าว และเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบประวัติของคนร้ายและวัตถุประสงค์การก่อเหตุในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ทางการรัสเซียได้ออกประกาศให้ประชาชนอยู่ในความสงบจนกว่าสถานการณ์จะกระจ่าง โดยรับฟังแต่ข้อมูลที่เชื่อถือได้เท่านั้น

แต่ทั้งนี้เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจว่าเป็นเหตุก่อการร้าย และเชื่อว่าชายที่ก่อเหตุเป็นบุคคลที่มีปัญหาทางจิตมากกว่า

สเปนยันฆ่าทิ้ง4คนร้ายขับรถพุ่งชน

ส่วนความคืบหน้าการตามล่าตัวคนร้ายที่ก่อเหตุขับรถตู้พุ่งชนคนในเมืองบาร์เซโลนาเมื่อวันพฤหัสบดี มีผู้เสียชีวิต 13 คน บาดเจ็บอีกกว่า 120 คนนั้น ผู้บัญชาการตำรวจแคว้นกาตาลุญญาของสเปน ได้แถลงในวันเดียวกันนี้ว่า บรรดาผู้ร่วมก่อการคนสำคัญในเหตุนี้ส่วนใหญ่ถูกวิสามัญฆาตกรรมแล้วที่เมืองแคมบริลส์ โดยมีจำนวน 5 คนด้วยกัน เว้นแต่ นายยูเนส อาบูยาคูบ วัย 22 ปี ชาวโมร็อกโก ที่สามารถหลบหนีไปได้ ช่วงแรก ตำรวจไม่สามารถยืนยันได้ว่า นายอาบูยาคูบคือผู้ลงมือขับรถชนผู้คนหรือไม่ เพราะยังสับสนว่าอาจเป็นฝีมือนายมูสซา อูคาเบียร์ ผู้เช่ารถยนต์เพื่อนำไปก่อเหตุโดยใช้เอกสารประจำตัวของพี่ชายที่ขโมยมา แต่ภายหลังมีข้อมูลที่เชื่อถือได้ว่า ผู้ต้องสงสัยคนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการก่อเหตุครั้งนี้ อาจเป็นนายอาบูยาคูบ ซึ่งเป็นคนที่บังคับรถน่าจะยังมีชีวิตอยู่และกำลังหลบหนี

แฉโคตรโหดเคยประกาศฆ่าพวกนอกรีต

สำหรับกลุ่มคนร้ายผู้ก่อเหตุล้วนเป็นชายหนุ่มอายุน้อย เช่นนายมูสซา อูคาเบียร์ ผู้เช่ารถยนต์เพื่อนำไปก่อเหตุโดยใช้เอกสารประจำตัวของพี่ชายที่ขโมยมานั้น มีอายุเพียง 17 ปีและเป็นพลเมืองสเปนเชื้อสายโมร็อกโก ตำรวจยืนยันว่าเขาเป็นคนร้ายหนึ่งใน 5 คน ที่ถูกวิสามัญฆาตกรรมแล้ว มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับนายอูคาเบียร์ว่า เขาอาศัยอยู่ที่เมืองจีร์โอนาของแคว้นกาตาลุญญา ใช้ชื่อบัญชีเฟซบุ๊กของตัวเองว่า "มูสซา เดอ ลา เวกา" (มูสซาแห่งดาวเวกา) และเคยแสดงความเห็นทางศาสนาในแบบสุดโต่งมาแล้ว

ทั้งนี้ นายอูคาเบียร์ เคยตอบคำถามในสื่อสังคมออนไลน์ "กีวี" ที่มีผู้ถามว่า จะทำอย่างไรหากพบว่าคนใกล้ชิดทรยศโดยโกหกปิดบังความจริงมาเป็นปี เขาตอบโดยไม่สะทกสะท้านว่า "เอาปืนยิงให้ตายตอนนอนหลับ" ส่วนคำถามที่ว่าจะทำอะไรเป็นสิ่งแรกหากได้เป็นราชาครองโลก นายอูคาเบียร์ตอบว่า "ฆ่าพวกนอกรีตให้หมด เหลือไว้แค่มุสลิม ผู้นับถือศาสนาอิสลามเท่านั้น" อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้รู้จักมักคุ้นกับนายอูคาเบียร์ต่างแสดงความประหลาดใจ เพราะปกติแล้วเขาเป็นคนเงียบ ๆ ไม่เคยก่อปัญหา ทำตัวเหมือนวัยรุ่นชายธรรมดาทั่วไป

แฉเตรียมวางระเบิดครั้งใหญ่แต่พลาดบึ้มก่อน

ขณะเดียวกัน ตำรวจสเปนระบุว่า มีผู้เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายทั้งหมด 12 คน โดยจับกุมได้แล้ว 4 คน ทราบตัวแล้ว 3 คน และยิงสังหารไป 5 คน กลุ่มคนเหล่านี้วางแผนจะก่อเหตุใหญ่ในบาร์เซโลนา แต่ระเบิดที่ตระเตรียมไว้ที่บ้านหลังหนึ่งในเมืองอัลกานาร์ ห่างออกไปทางใต้ราว 200 กิโลเมตรเกิดระเบิดเมื่อคืนวันพุธ มีคนเสียชีวิตหนึ่งคน ทำให้ไม่มีวัตถุระเบิดไว้ก่อเหตุ จึงใช้วิธีขับรถพุ่งชนแทน เดิมตำรวจคิดว่า เป็นเพียงแก๊สระเบิด แต่หลังจากเกิดเหตุที่บาร์เซโลนาในเย็นวันพฤหัสบดี ทำให้สันนิษฐานว่าน่าจะมีความเชื่อมโยงกัน ขณะนี้ยังไม่ทราบว่ากลุ่มคนร้ายต้องการลงมือก่อเหตุระเบิดที่ใด

ผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อการร้ายมองว่า เหตุขับรถพุ่งชนคนที่เมืองบาร์เซโลนาและเมืองแคมบริลส์ซึ่งห่างกันราว 100 กิโลเมตร ใช้รูปแบบเดียวกัน แสดงว่ามีการประสานงานกันมากกว่าที่จะเป็นเหตุบังเอิญ ตำรวจตรวจรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุที่แคมบริลส์พบมีด ขวานและเข็มขัดติดระเบิดปลอม

เบ็ดเสร็จเสียชีวิต13เจ็บ120สาหัส15

สำหรับผู้เสียชีวิตในเหตุโจมตีที่นครบาร์เซโลนา 13 คน ทราบชื่อแล้ว 5 คน เป็นชาวอิตาเลียน 2 คน สเปน แคนาดา และอเมริกันชาติละ 1 คน นอกจากนี้ ยังมีชาวโปรตุเกส ชาวอาร์เจนตินาเชื้อสายสเปน และชาวเบลเยียมอยู่ในกลุ่มผู้เสียชีวิตด้วย ส่วนจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 120 คน ขณะนี้ยังคงรักษาตัวในโรงพยาบาล 60 คน ในจำนวนนี้ 15 คนอาการสาหัส

 

ที่มาของเนื้อหา : www.naewna.com