สุขภาพ » รู้ยัง…เดินออกกําลังกายแต่ละนาที ร่างกายจะได้ประโยชน์ดี ๆ อะไรบ้าง

รู้ยัง…เดินออกกําลังกายแต่ละนาที ร่างกายจะได้ประโยชน์ดี ๆ อะไรบ้าง

19 สิงหาคม 2017
191   0

เดินออกกำลังกาย

          การเดินออกกำลังกายดูเหมือนเป็นวิธีออกกำลังกายชิล ๆ ที่บางคนก็สงสัยว่าต้องเดินกี่นาทีถึงจะได้ประโยชน์ต่อสุขภาพ หรือช่วยลดน้ำหนักได้ งั้นเรามาดูแต่ละนาทีของการเดินกันเลยค่ะว่าร่างกายจะได้อะไร ตอนไหน ยังไงบ้าง
       
          ถ้าคุณเคยสงสัยว่าแค่เดินออกกำลังกายจะได้ประโยชน์ต่อสุขภาพขนาดไหน เดินลดน้ำหนักนี่ต้องเดินกี่นาที กี่วัน หรือกี่ปีถึงจะเห็นผล วันนี้กระปุกดอทคอมจะเฉลยข้อข้องใจให้รู้ไปพร้อมกัน ด้วยข้อมูลจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ที่ทำให้เราได้ทราบว่า การเดินออกกำลังกายแต่ละนาทีร่างกายจะได้รับประโยชน์อะไรบ้าง

เดินออกกำลังกาย

เดินออกกำลังกายนาทีที่ 1-5

          นับตั้งแต่เดินออกกำลังกายเพียงสองถึงสามก้าวแรก
ร่างกายจะกระตุ้นการปล่อยสารเคมีที่สร้างพลังงานในเซลล์
เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงให้กับการเดินของเรา
ในขณะเดียวกันชีพจรก็จะเร่งขึ้นเป็น 70-100 ครั้งต่อนาทีโดยประมาณ
ซึ่งก็จะกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตและให้ความอบอุ่นแก่กล้ามเนื้อ

          นอกจากนี้ไขข้อที่ฝืดและตึงจะเริ่มคลายตัวลง

เพราะข้อต่อจะปลดปล่อยของเหลวหล่อลื่นออกมาโดยอัตโนมัติเพื่อให้การเคลื่อนไหวร่างกายทำได้ง่ายขึ้น
และเมื่อเราเคลื่อนที่ไป ร่างกายจะเผาผลาญพลังงาน 5 กิโลแคลอรีต่อนาที
ส่งผลให้ร่างกายต้องการเชื้อเพลิงมาเป็นพลังงานในการเดินมากขึ้น
จุดนี้ร่างกายจึงจะเริ่มดึงเอาคาร์โบไฮเดรตและไขมันที่สะสมอยู่ออกมาใช้

เดินออกกำลังกายนาทีที่ 6-10

          เมื่อเริ่มเดินมาถึงนาทีที่
6-10 ชีพจรจะเต้นเร็วขึ้น ร่างกายจะเกิดการเผาผลาญพลังงานเพิ่มขึ้นเป็น 6
กิโลแคลอรีต่อนาที
และเมื่อก้าวเท้าได้มากขึ้นความดันโลหิตจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
ช่วงนี้หลอดเลือดก็จะขยายตัวเพื่อเปิดให้ออกซิเจนเข้าสู่กล้ามเนื้อมากขึ้น

เดินออกกำลังกาย

เดินออกกำลังกายนาทีที่ 11-20

          เมื่อเดินมาถึงนาทีที่ 11 อุณหภูมิของร่างกายจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ
เหงื่อเริ่มออกเพราะเส้นเลือดส่วนที่ใกล้กับผิวหนังขยายตัวขึ้น
ร่างกายจึงเริ่มปลดปล่อยความร้อนออกมา และเมื่อเดินได้แกร่งมากยิ่งขึ้น
ร่างกายก็จะเผาผลาญได้มากขึ้นไปจนถึง 7 กิโลแคลอรีต่อนาที
พร้อมกับอัตราการหายใจก็จะเร็วขึ้น ในขณะเดียวกันสารโฮโมนเช่น เอฟพะเนฟฟริน
(epinephrine) และกลูคากอน (glucagon) จะถูกปลดปล่อยออกมามากขึ้น
เพื่อเพิ่มเชื้อเพลิงให้กับกล้ามเนื้อที่กำลังใช้งานอยู่

เดินออกกำลังกายนาทีที่ 21-45

          นับตั้งแต่นาทีที่ 21 ของการเดินออกกำลังกาย
ร่างกายจะรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้น และรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น
เพราะร่างกายลดความตึงเครียดลง
สาเหตุส่วนหนึ่งเพราะสารเคมีที่ทำให้รู้สึกดี เช่น เอนดอร์ฟิน
(endorphines) เพิ่มขึ้นในสมอง เมื่อไขมันถูกเผาผลาญมากขึ้น อินซูลิน
(ซึ่งช่วยสะสมไขมัน) จะลดลง
ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีสำหรับคนที่มีน้ำหนักเกินและเป็นโรคเบาหวาน

เดินออกกำลังกาย

เดินออกกำลังกายนาทีที่ 46-60

          พอเข้าสู่นาทีที่
46 เรื่อย ๆ กระทั่งเดินออกกำลังกายมาถึงนาทีที่ 60
ระยะนี้กล้ามเนื้ออาจจะเริ่มรู้สึกเมื่อยล้าเนื่องจากปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่สะสมอยู่ในร่างกายลดลง
และเมื่อร่างกายเริ่มเย็นตัวลง ชีพจรจะเต้นช้าและหายใจช้าลง
อัตราการเผาผลาญพลังงานก็จะลดน้อยลงด้วย
แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่เผาผลาญได้สูงกว่าตอนที่เริ่มเดิน
และจำนวนแคลอรีที่เผาผลาญจะยังยืนระดับไปอีกราวหนึ่งชั่วโมงแม้จะหยุดเดินแล้วก็ตาม

          เห็นไหมคะว่าการเดินออกกำลังกายให้ประโยชน์กับร่างกายได้หลายอย่าง
และยังเป็นวิธีออกกำลังกายที่ช่วยเผาผลาญแคลอรีได้ดีไม่น้อย
ฉะนั้นคนที่เคยคิดว่าการเดินออกกำลังกายดูไม่ค่อยได้ประโยชน์
คงต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่และเริ่มออกเดินบ้างแล้วล่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
เฟซบุ๊กกรมอนามัย

ที่มาของเนื้อหา : health.kapook.com