บันเทิง » “ศรีจันทร์-ต้าร์” เปิดใจกระแสเพลง“ครางชื่ออ้ายแน” โดนแบนจริงหรือ

“ศรีจันทร์-ต้าร์” เปิดใจกระแสเพลง“ครางชื่ออ้ายแน” โดนแบนจริงหรือ

30 ตุลาคม 2018
35   0

“ศรีจันทร์-ต้าร์” เปิดใจ

กระแสเพลง“ครางชื่ออ้ายแน” โดนแบนจริงหรือ

 

เป็นกระแสฮอตขึ้นมาเพียงชั่วพริบตาเดียว สำหรับ เพลง “คางชื่ออ้ายแน” ที่ตอนนี้ในโลกโซเชียลกระหน่ำแชร์กันยกใหญ่ ทำให้เพลงนี้ยอดวิวถล่มทลาย มีทั้งกระแสดี และกระแสด้านลบออกมามากมาย ล่าสุด “ศรีจันทร์ วีสี” และ “ต้าร์ เพ็ญนภา” แนบชิด คนแต่งเพลง และนักร้อง ได้มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องone31

 

กระแสตอบรับของเพลง "ครางชื่ออ้ายแน" ส่งผลกระทบยังไงบ้าง? (ศรีจันทร์) “กระแสทางโซเชียลก็ค่อนข้างแรงครับ พวกเราก็ดูอยู่ อ่านทั้งคอมเม้นท์ ทั้งคำติชมอะไรต่างๆ ก็รู้สึกไม่สบายใจ มันเป็นเรื่องราวที่เรานั้นสร้างความบันเทิง ก็อยากให้เป็นแบบสนุกสนาน แล้วก็อยากให้เน้นไปที่เสียงดนตรี ในแนวของสไตล์ลำซิ่งอีสาน อาจจะมีทะลึ่งนิดนึงพอน่ารักครับ”  (ต้าร์)  “สำหรับหนูก็รู้สึกเสียใจค่ะ สำหรับกระแสทางวงการเพลงที่กระหน่ำมานะคะ ก็น้อมรับค่ะ เพราะว่ามันเป็นผลงานเพลงที่ออกแนวแบบทะลึ่งนิดนึง แต่จริงๆแล้วเราเน้นความบันเทิงค่ะ” แนวเพลงแบบนี้ในวงการหมอลำมีมานานแล้วเรื่องจริงหรือเปล่า? (ศรีจันทร์) “เป็นเรื่องจริงครับ แต่อาจจะไม่ได้เป็นข่าวแค่นั้นเอง”

 

เห็นว่าเพลงนี้ออกมา 4-5 เดือนแล้ว ทำไมเพิ่งจะมาดัง? (ศรีจันทร์) “พอดีเพลงนี้ปล่อยไปในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา แล้วก็ช่วงออกพรรษาก็จะมีวงทั่วๆไป เอาเพลงไปทำโชว์ แล้วก็พอดีมีวงดนตรีนึงได้ตัดเอาบางส่วนมาทำการแสดง แล้วก็เกิดเป็นกระแสในโลกโซเชียลอย่างหนักเลย” (ต้าร์) “ก็จากที่หลายๆคนเห็นในโลกโซเชียล ที่เป็นภาพเบื้องหลังไม่เหมาะสม แล้วอาจจะคิดว่าเป็นวงของเรา ก็อยากจะบอกว่าไม่ใช่วงของเรานะคะ” หลายคนบอกว่าเพลงนี้เป็นของ "น้องต้าร์ เพ็ญนภา" รู้สึกยังไงบ้าง? (ศรีจันทร์) “ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรครับ ยังไงมันก็อยู่ในเพลงเดียวกันอยู่แล้ว ผมเป็นคนร้องแต่น้องต้าร์เป็นคนมาฟิชเจอริ่ง”

 

เจตนาของเพลงนี้ที่แต่ง ต้องการสื่ออะไรกันแน่? (ศรีจันทร์) “ตามที่ได้คุยกับคนแต่งนะครับ แล้วก็อาจารย์บัวน้อยเอาเนื้อร้องที่แต่งมาให้ดู เราอ่านดูแล้วก็คิดว่ามันน่าจะสนุกสนานนะ ฟังจังหวะของเพลงก็เป็นจังหวะที่สามารถเต้นได้ สนุกได้หน้าเวที ตามแนวทางของวงดนตรีเรา ก็คิดว่าอาจจะมีทะลึ่งนิดนึงแต่ก็ไม่ได้โป๊อะไรประมาณนี้ครับ” เนื้อร้องท่อนที่เป็นประเด็น ครั้งแรกที่เห็นรู้สึกยังไงบ้าง? (ต้าร์) “ตอนแรกก็รู้สึกแปลกค่ะ แล้วก็รู้สึกว่ามันน่าจะสนุกแปลกใหม่ดีนะ หนูคิดว่ามันเป็นการร้องให้ลงตรงกับเมโลดี้ของจังหวะดนตรี แต่หนูก็ไม่คิดว่ามันจะออกมาแบบนี้ ไม่ได้สื่อไปในเรื่องของเซ็กซ์” (ศรีจันทร์) “ตรงนี้เป็นการออกแบบ ก็คิดว่าจะทำยังไงให้ท่อนตรงนี้มันมีความรู้สึกแบบเซ็กซี่หน่อยๆ น่ารักประมาณนั้น”

 

 

ได้มีการปฏิเสธหรือโต้แย้งไหม ว่าท่อนนี้เราไม่อยากร้อง? (ต้าร์)  “ก็ไม่นะคะ ด้วยความที่อาจารย์เขาเลือกมาแล้วว่าต้องเป็นพี่ศรีกับต้าร์ร้อง เพราะเราเป็นหมอลำค่ะ แล้วด้วยความเป็นศิลปินหมอลำจะมีการเล่น หรือการทะเล้น มีหยอกล้อกันบนเวที มันน่าจะเป็นเพลงที่ทำให้ทุกคนสนุกไปกับเราด้วยค่ะ แต่ตอนอัดก็ยากและลำบากใจนิดนึง ก็กดดันค่ะว่าจะต้องร้องยังไงให้เข้ากับจังหวะ แล้วก็ได้อารมณ์เพลงด้วย” เห็นว่าตั้งแต่โดนกระแสร้องไห้ทุกวันเลยจริงไหม? (ต้าร์) “คือมันเครียดค่ะ มันไปอ่านแล้วก็ เขาด่าถึงพ่อแม่เรา คือด้วยมันเป็นแค่การร้องเพลง เราแค่อยากร้องเพลง งานโชว์งานแสดงทุกคนที่เป็นศิลปินก็อยากแสดงออกมาให้เต็มที่ แล้วครูเพลงเขาก็ตั้งโจทย์มาว่าให้เราเป็นแบบนี้ แต่แม่กับพี่สาวก็ให้กำลังใจบอกว่า "อย่าไปเครียดนะ" คนที่เข้ามาคุกคามหรือด่าใน social Facebook ของหนู หนูก็จะไม่ได้ตอบโต้อะไร ด้วยเพลงเราแค่อยากให้ทุกคนสนุกสนานไปกับเราแค่นั้นเอง”

 

พอมีเพลงนี้เกิดขึ้นทำให้มีงานเยอะขึ้น และขึ้นค่าตัวด้วยจริงไหม? (ศรีจันทร์) “จริงๆก็ไม่ได้ขึ้นอะไรเยอะมากมายครับ เป็นเรทปกติมาตรฐานที่เล่นเป็นวงอยู่แล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่าเพลงดังจริงเพราะเวลาไปร้องที่ไหน เขาก็จะขอเพลงนี้กันตลอดเลย” (ต้าร์) “ก็เจอเหมือนกันค่ะ เวลาจะขึ้นเวทีเขาก็ขอเพลงนี้ก่อนเลย ต้องร้องเป็นเพลงแรกตลอด แล้วก็เหมือนกับว่ามีแฟนเพลงเขารู้จักเราเพิ่มมากขึ้นด้วย” เพลงนี้เป็นการสร้างกระแสเพื่อเรียกงานของทางค่าย จริงหรือเปล่า? (ศรีจันทร์) “จริงๆก็น้อมรับนะครับ ตามความคิดต่างนะ คือเวลาใครทำเพลงก็อยากให้ดังทั้งนั้นพูดง่ายๆครับ ไม่ว่าจะเป็นเพลงช้า เพลงเร็ว หรือเพลงอะไรต่างๆ พวกเราตั้งใจสร้างผลงานก็เพื่อที่จะสร้างผลงานและมีชื่อเสียงของแนวเพลง” (ต้าร์) “หลังจากมีกระแสเข้ามา ผู้ใหญ่ก็มีความเป็นห่วง ก็มีการต่อสายคุยกันตลอดค่ะ มีการให้กำลังใจ หรือว่ามีอะไรที่จะพอปรับเปลี่ยนได้ก็จะรีบแก้ไขให้ค่ะ”

 

 

ถือว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่ดังที่สุดในชีวิตหมอลำเลยไหม? (ศรีจันทร์) “ก็ต้องบอกอย่างนั้นเลยครับ เพราะว่าคนเคยรู้จักก็รู้จักอยู่แล้ว คนที่ไม่รู้จักเขาก็รู้จักผ่านเพลงนี้มากขึ้น” อยากจะบอกอะไรให้คนฟังเข้าใจในตัวเรามากขึ้นไหม? (ต้าร์) “หนูไม่ได้มีเจตนาที่จะสื่อไปในทางของเรื่องเพศแล้วหนูก็ต้องขอโทษผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการเพลง ที่แนวเพลงบางคนอาจจะมองว่าแสดงถึงสิ่งที่เสียหาย มันทำให้วงการเพลงมันเสื่อมเสีย ถ้าถามว่ายังจะร้องต่ออยู่อีกไหม คือกว่าหนูจะได้เข้ามาอยู่ในวงการเพลง มันก็ยากแล้ว แล้วต้องมีเพลงเป็นของตัวเองอีก มันก็ยากยิ่งกว่าค่ะ หนูก็ยังคงจะร้องต่อค่ะแต่อาจจะต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบในการเล่นการร้องใหม่ อยากให้ทุกคนที่มองในแง่ลบลองเปิดใจดูนะคะ” (ศรีจันทร์) “ก่อนอื่นต้องกราบขอโทษผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการเพลงที่ติชมมา จริงๆเราสองคนก็ยินดีน้อมรับคำติชมแล้วก็ขอโทษวงการ ถ้าหากว่าพวกเราทั้งสองได้ทำให้วงการเสื่อมเสีย แต่จริงๆด้วยเจตนาของเรา ก็ไม่ได้สื่อไปตรงนั้นที่อยากจะทำให้วงการเสียหาย เราก็อยู่ในวงการมานานพอสมควร ก็พอรู้ว่าจิตสำนึก ที่จะถ่ายทอดบทเพลงต่อสังคมเนี่ย อันนี้คือเรามุ่งไปที่ความสนุกสนานเฮฮา อยากให้แฟนคลับแฟนเพลงของเราได้รับความบันเทิงมากที่สุด”

 

ที่มาของเนื้อหา : www.banmuang.co.th