เที่ยว,กิน » 'สระบัว บาย กิน กิน' ไทยโมเดิร์น 1 ดาวมิชลิน กับเมนูเซตหน้าร้อน Summer Journey โดย ปิ่นโตเถาเล็ก

'สระบัว บาย กิน กิน' ไทยโมเดิร์น 1 ดาวมิชลิน กับเมนูเซตหน้าร้อน Summer Journey โดย ปิ่นโตเถาเล็ก

23 เมษายน 2018
20   0

ต้มยำซุป DIY ให้ฉีดเส้นเอง ที่มาคอลัมน์ ตามรอยพ่อไปชิมผู้เขียนปิ่นโตเถาเล็ก

ในบรรดาร้านอาหารไทยที่ได้รางวัลมิชลิน กรุงเทพฯ ประจำปี 2018 (พ.ศ.2561) นั้น มีอยู่รายหนึ่งที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เพราะไม่ได้เป็นแค่ร้านอาหารไทยทำเมนูประณีตปกติที่พวกเราคุ้นเคย แต่กลับนำเสนออาหารไทยแนวใหม่ทันสมัยโมเดิร์นสุดสร้างสรรค์ ใช้เทคนิคการปรุงสมัยใหม่จากทั่วทุกมุมโลกผสมผสานเข้ากับวัตถุดิบไทย

กลายเป็นเมนูพิเศษสุดหลายมิติทั้งรสชาติและเนื้อสัมผัสในคำเดียว อีกทั้งหน้าตาอาหารและกรรมวิธีการกินยังแสนจะโมเดิร์นไม่จำเจ แค่ได้เห็นก็ต้องร้องโอ้โฮว่าคิดได้อย่างไร สร้างความสนุกสนานเพลิดเพลินและได้ประสบการณ์แปลกใหม่น่าประทับใจยิ่งนัก

เกริ่นมาตั้งนาน ขอเฉลยเลยว่าห้องอาหารแห่งนี้มีชื่อว่า “สระบัว บาย กิน กิน (SRA BUA BY KIIN KIIN)” ร้านอาหารไทยโมเดิร์นระดับ “1 ดาวมิชลิน ณ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ” ซึ่งได้แรงบันดาลใจจาก “เชฟเฮนริค อูล-แอนเดอร์เซน” ผู้ก่อตั้งร้านอาหารไทย “กิน กิน” (Kiin Kiin) ที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ร่วมมือกับหัวหน้าพ่อครัวแห่งห้องอาหารสระบัว บาย กิน กิน “เชฟชยวีร์ สุจริตจันทร์” คิดค้นเมนูสร้างสรรค์อยู่เสมอ

ห้องอาหารสระบัว ไม่ได้มีเพียงเมนูอะลาคาร์ทสั่งเป็นอย่างๆ เท่านั้น แต่มีเซตเมนูซึ่งเป็นที่เชิดหน้าชูตาน่าลิ้มลอง และตั้งแต่ 1 เมษายน พ.ศ.2561 ที่ผ่านมาได้ออก “เซตเมนูอาหารค่ำประจำฤดูร้อน (The Summer Journey Set Menu)” 8 คอร์ส ในราคา 3,200 บาท++ (3,766.40 บาทสุทธิ) ต่อคน (ยังไม่รวมเครื่องดื่ม) ซึ่งปิ่นโตเถาเล็กได้ไปพรีวิวร่วมชิม (เหมือนกับไปดูหนังที่ฉายก่อนลงโรง) มาด้วย ขอบอกไว้ตรงนี้ว่าเมนูของจริงบางอย่างตอนนี้อาจจะมีการปรับเปลี่ยนหน้าตาและการปรุงนะจ๊ะ

เซตซัมเมอร์เจอร์นีย์นี้เริ่มต้นด้วยของกินเล่นชื่อ “กรุบกรอบ” สแน็คเรียกน้ำย่อยเสิร์ฟเป็นคำเล็กๆ ล้วนแล้วแต่หน้าตาทันสมัยทั้งนั้น มีทั้ง “เมี่ยงคำโคน” ทรงกรวย “หนังไก่กรอบกับซอสสะเต๊ะโฟรเซ่น”ทำเป็นก้อนเหมือนไอศกรีม “เม็ดมะม่วงหิมพานต์ในถุงใส” ที่กินได้ทั้งถุง “ไส้อั่วจิ๋ว” เสียบไม้ยาวๆ และ “ไข่ตุ๋นในซุปมิโสะ” โรยหน้าด้วยปลาแห้ง ซึ่งเมนูอาหารริมทางสตรีทฟู้ดเป็นคำคำนี้อาจจะมีการเพิ่มเติมปรับเปลี่ยนเวลาแฟนๆ ตามไปชิมเช่นกัน

เมี่ยงคำโคน

และมีอีกอย่างที่หน้าตาดีมากคือ “ทูน่าทาร์ทาร์เสิร์ฟมาในดอกบัว” อยู่ในแก้วน้ำใส ซึ่งเมนูตอนนี้เปลี่ยนเป็น “ทาร์ทาร์เนื้อปู” ในดอกบัวแทน

ทูน่าทาร์ทาร์เสิร์ฟในดอกบัว

ต่อกันด้วยเมนูในคอร์สที่สร้างความสนุกสนานเพลิดเพลินเป็นอันมาก คือ “ต้มยำซุป DIY” ที่แปลว่าทำเอง มีหลอดฉีดยามาให้สำหรับฉีดเส้นบะหมี่แป้งเต้าหู้ลงไปให้กลายเป็นเส้นๆ หน้าตาเหมือนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแต่เป็นแบบไฮโซกว่ามาก กินคู่กับลูกชิ้นกุ้งและข้าวเกรียบกุ้งแผ่นแบนๆ ทำจากกุ้งล้วน (เห็นว่าตอนนี้เปลี่ยนเป็นหอยนางรมแทน)

ถัดมาคือเมนูที่เห็นต้องร้องว้าว ชื่อว่า “ยำสายไหม” คือสลัดแตงกวาปลากะพงแดง คลุมหน้าด้วยก้อนสายไหมกับผักชี ราดด้วยน้ำยำที่พนักงานมาตำในครกโชว์ให้เห็นสดๆ สายไหมจะละลายไปกับน้ำยำที่รสชาติจี๊ดจ๊าด สุดยอดจริงๆ

ไส้อั่ว

จากนั้นก็เป็นเมนู “หน่อไม้ฝรั่ง” ซึ่งเมนูปรับปรุงใหม่จะแยกเป็นจานสำหรับคุณผู้ชายและคุณผู้หญิงคู่กัน ถ้าแฟนๆ ตามไปชิม เชิญไปดูของจริงเลยนะจ๊ะ

อีกเมนูนั้น เชฟเฮนริคได้แรงบันดาลใจตอนไปเดินตลาดปลาที่โตเกียว เลยคิดค้นเมนูสนุกชื่อว่า “ตามหาทูน่า” มีทูน่าสดหมักงา โปะหน้าด้วยน้ำแข็งป่นที่ทำจากซีอิ๊วญี่ปุ่นหรือซอสถั่วเหลืองผสมพอนสึเปรี้ยวๆ เค็มๆ เวลากินให้ใช้ช้อนกะเทาะน้ำแข็งตักกินคู่กับทูน่า ชอบรสจัดมากน้อยให้ตักปริมาณน้ำแข็งตามใจชอบ

ต่อด้วยเมนูหน้าตาทันสมัยเลิศหรูแบบไฟน์ไดนิ่ง “เนื้อลูกวัวซอสเปรี้ยวหวาน” ฟังชื่อดูเหมือนจะธรรมดา แต่ความจริงมีของดีเพียบทั้งลิ้นวัวลูกเต๋าและสวีตเบรด (Sweetbread) กรอบหอมมัน (อยากรู้ว่าเป็นอะไร พอแฟนๆ กินเสร็จให้กลับมาค้นในกูเกิลเองนะจ๊ะ) เมนูนี้กินคู่กับสับปะรดดอง และเปลือกแครอตดองแผ่นบางๆ กรอบๆ สุดยอดอีกแล้ว

มาถึงจานหลักที่ผมอยากจะยืนขึ้นแล้วปรบมือให้ เป็น “ต้มข่านกกระทา” ที่รสชาติจัดจ้านเข้ากันดีกับเนื้อนกกระทานุ่มๆ มีทั้งส่วนน่องที่ปรุงแบบกงฟีสไตล์ฝรั่งเศส และส่วนอกที่ปรุงให้สุกอย่างช้าๆ ในอุณหภูมิ 58 องศา กินกับข้าวสวยร้อนๆ เมนูนี้อร่อยและหน้าตาดีเป็นที่สุด

เมนูขนมใหม่ ชมพูพฤกษชาติ

ยังเหลือของหวานและพาเหรดขนมหวานอีกเพียบ เมนูขนมทำจากดอกไม้ชื่อว่า ร้านดอกไม้ (Flower Shop) เป็นไอศกรีมและส่วนประกอบอื่นๆ ที่ทำจากดอกไม้ เช่น ดอกเอลเดอร์ฟลาวเวอร์ของฝรั่ง กุหลาบขาว มะลิ แกล้มด้วยเมอแรงก์รสเค็มๆ ซึ่งเมนูจริงตอนนี้จะเปลี่ยนเป็น “ชมพู พฤกษชาติ (Pink Blossom)” มีซากุระด้วย ฟังชื่อแล้วอยากกลับไปลองชิมซ้ำ

เมนูขนมอีกอย่างคือ “ไอศกรีมใบเตยกับเครื่องเคียงหลากหลาย” เช่น เค้กพิชตาชิโอ้ เยลลี่ใบเตย และมะพร้าวแช่แข็ง ซึ่งเมนูจริงจะเปลี่ยนเป็น “ไอศกรีมใบเตย กับพิชตาชิโอ้ซูเฟล่และลอดช่อง” ทำเป็นถ้วยๆ แทน นี่ก็น่าลองอีกแล้ว

ขนม petit fours วัดดวงว่าชิ้นไหนเป็นขนม ชิ้นไหนเป็นวัตถุดิบเช่นพริกจริง

ยังไม่หมดนะจ๊ะ มี “ขนม Petit Four” 4 อย่าง คู่กับชา กาแฟ ที่ทำเป็นเกมให้เสี่ยงเลือกหยิบขนมที่หน้าตาเหมือนหิน พริกเม็ดสีแดง ตัวต่อเลโก้ และอบเชย ใครหยิบผิดอาจจะเจอพริกจริงแทนที่จะเป็นช็อกโกแลตก็ได้

ขอเชียร์ให้ไปลองชิมได้ประสบการณ์เพลิดเพลินแปลกใหม่กับอาหารไทยแนวทันสมัยที่ห้องอาหารสระบัว บาย กิน กิน โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ได้ทุกวัน มื้อค่ำเริ่ม 6 โมงเย็นถึงเที่ยงคืน โดยต้องสั่งเซตเมนูก่อน 3 ทุ่มนะจ๊ะ โทรจองได้ที่เบอร์ 0-2162-9000

ไอศกรีมใบเตยกับซูเฟล่พิชตาชิโอ้รสสัมผัสแบบใหม่
ข้อมูล

ที่ตั้ง โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ 991/9 ถนนพระรามที่ 1 ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

โทร 0-2162-9000

เปิดบริการ 12.00-15.00 น. และ 18.00-00.00 น. (ต้องสั่งเซตเมนูก่อน 3 ทุ่ม) ทุกวัน

แนะนำ เซตเมนูอาหารค่ำประจำฤดูร้อน (The Summer Journey Set Menu) 8 คอร์ส ในราคา 3,200 บาท++ (3,766.40 บาทสุทธิ) ไม่รวมเครื่องดื่ม (มีชา กาแฟที่จัดให้ในเซต)

ที่มาของเนื้อหา : www.matichon.co.th