ต่างประเทศ » อียูพร้อมสู้กำแพงภาษีเหล็ก-อะลูมิเนียมของสหรัฐ

อียูพร้อมสู้กำแพงภาษีเหล็ก-อะลูมิเนียมของสหรัฐ

13 มีนาคม 2018
36   0

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ว่านางเซซิเลีย มัลม์สตรอม กรรมาธิการการค้าของคณะกรรมาธิการยุโรป ( อีซี ) กล่าวเมื่อวันจันทร์ ว่ายุโรปพร้อมเผชิญหน้าและตอบสนองต่อ "มาตรการข่มเหงทางการค้า" จากบางประเทศ ที่ใช้นโยบายดังกล่าวขัดขวางกระแสโลกาภิวัตน์  หรือใช้เป็นข้ออ้างเพื่อการกีดกันทางการค้า
 

Secretary of Commerce Wilbur Ross will be speaking with representatives of the European Union about eliminating the large Tariffs and Barriers they use against the U.S.A. Not fair to our farmers and manufacturers.

— Donald J. Trump (@realDonaldTrump) March 12, 2018

The EU’s trade commissioner says that the bloc is ready to retaliate if Europe is targeted by Trump's tariffs on steel and aluminium.
Read more: https://t.co/C2qhCCvcaB pic.twitter.com/qWm73n2ehZ

— Financial Times (@FinancialTimes) March 9, 2018

ทั้งนี้ มัลม์สตรอมพบกับนายโรเบิร์ต ไลธิเซอร์ ผู้แทนเจรจาการค้าของสหรัฐ ที่กรุงบรัสเซลส์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แต่หลายฝ่ายมองเป็นการหารือที่ "เสียเวลา" เพราะไลธิเซอร์ปฏิเสธชี้แจงว่าสหภาพยุโรป ( อียู ) จะได้รับการยกเว้นจากกำแพงภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมหรือไม่และอย่างไร ขณะที่ก่อนหน้านั้นมัลม์สตรอมยืนยันการใช้มาตรการปกป้องหรือ "เซฟการ์ด" ภายในระยะเวลา 90 วัน หากมาตรการกำแพงภาษีของสหรัฐมีผลบังคับใช้ โดยสินค้าส่งออกจากอเมริกาที่จะได้รับผลกระทบครอบคลุมตั้งแต่สินค้าเกษตรไปจนถึงเครื่องนุ่งห่มของลีวาย และจักรยานยนต์ของฮาร์ลีย์-เดวิดสัน
 

Here's U.S. Commerce Secretary Wilbur Ross using cans of soup, beer, and soda to defend steel and aluminum tariffs. pic.twitter.com/XJWw8MoRGo

— CNBC (@CNBC) March 2, 2018

ส่วนนายเอ็นริโก้ บริวิโอ โฆษกของอีซี กล่าวว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีแนวคิดด้านนโยบายการค้าแบบลำเอียงอย่างชัดเจน และยืนยันว่าอียูเป็นหนึ่งในตลาดการค้าเปิดกว้างที่สุดในโลก ในขณะที่ผู้นำสหรัฐส่งนายวิลเบอร์ รอสส์ รมว.กระทรวงพาณิชย์ เยือนกรุงบรัสเซลส์ เพื่อพบหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอียู เกี่ยวกับการให้ยุโรปลดกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจากอเมริกา เพื่อแลกกับการได้รับการยกเว้นกำแพงภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมในอัตรา 25% และ 10% ที่จะมีผลบังคับใช้ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่ทรัมป์ลงนามเมื่อวันที่ 8 มี.ค. ที่ผ่านมา


( จากซ้ายไปขวา ) นายวิลเบอร์ รอสส์ รมว.พาณิชย์ นายสตีฟ มนูชิน รมว.คลัง ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ และนายโรเบิร์ต ไลธิเซอร์

ด้านนางคริสเตีย ฟรีแลนด์ รมว.กระทรวงการต่างประเทศของแคนาดา เตรียมเยือนกรุงวอชิงตันในสัปดาห์นี้ เพื่อพบหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐเกี่ยวกับมาตรการกำแพงภาษีเหล็กและอะลูมิเนียม ที่แม้ทรัมป์กล่าวว่าจะยังมีการผ่อนผันให้กับแคนาดาและเม็กซิโก จากการที่ทั้งสองประเทศเป็นประเทศเพื่อนบ้าน และร่วมความตกลงการค้าไตรภาคี "นาฟตา" กับสหรัฐ แต่หากการเจรจาแก้ไขข้อตกลงบางส่วนในนาฟตาไม่เป็นผล ทั้งสองประเทศอาจต้องเผชิญกับกำแพงภาษีครั้งนี้เช่นกัน.
   

ที่มาของเนื้อหา : www.dailynews.co.th