เทคโนโลยี » เฟซบุ๊กใช้ "เอไอ" ป้องกันการฆ่าตัวตาย

เฟซบุ๊กใช้ "เอไอ" ป้องกันการฆ่าตัวตาย

6 ธันวาคม 2017
11   0

ที่มาคอลัมน์ ไซเบอร์ทีนผู้เขียนพี่ศรีหนุ่ย

นับตั้งแต่ที่เฟซบุ๊กเปิดให้ใครก็ได้สามารถ “ไลฟ์สด” หรือถ่ายทอดสด ผ่านเฟซบุ๊กของตัวเอง เราก็จะเห็นข่าวคราวที่หลายต่อหลายคน ฆ่าตัวตายโชว์หน้าเฟซบุ๊ก ซึ่งบอกเลยว่าเป็นที่น่าสยดสยองอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เข้าไปดู

และไม่เพียงแค่การไลฟ์สดโชว์การฆ่าตัวตาย หากแต่ผู้ที่ใช้เฟซบุ๊ก และมีความพยายามในการฆ่าตัวตาย ก็มีเยอะอยู่ไม่น้อย

เพราะเฟซบุ๊กก็คือส่วนหนึ่งของสังคมในยุคปัจจุบัน

ด้วยเหตุนี้เฟซบุ๊กจึงได้พยายามหาทางป้องกันไม่ให้เกิดการฆ่าตัวตายขึ้น โดยหันมาพึ่งพา “ปัญญาประดิษฐ์” หรือเอไอ

ก่อนอื่นก็ต้องอธิบายคำว่า “เอไอ” แบบสั้นๆ ก่อนว่า ก็คือเรื่องราวของความฉลาดของคอมพิวเตอร์ ที่จะสามารถนำข้อมูลต่างๆ ที่มีอยู่มากมายบนโลกออนไลน์ มาประมวลผล ทำหน้าที่เหมือนกับเป็นสมองของมนุษย์

เฟซบุ๊กก็เลยนำเอาความฉลาดของเอไอมาใช้เพื่อแก้ปัญหาการฆ่าตัวตาย โดยใช้ซอฟต์แวร์เข้าไปสอดส่องดูโพสต์ วิดีโอ และการถ่ายทอดสดทั้งหลาย เพื่อดูว่าตรงไหนที่มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการฆ่าตัวตายขึ้น


ซึ่งหากซอฟต์แวร์นี้ ตรวจสอบพบว่าบุคคลใดบนเฟซบุ๊กมีแนวโน้มที่จะฆ่าตัวตาย ก็จะรีบประสานงานกับเจ้าหน้าที่ที่ทำงานร่วมกันอยู่ ให้เข้าถึงบุคคลคนนั้นโดยเร็วที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้มีการฆ่าตัวตายเกิดขึ้น รวมไปถึงการโทรศัพท์เข้าไปเพื่อช่วยเหลือด้วย

โดยที่ซอฟต์แวร์นี้จะเข้าไปตรวจสอบข้อมูลเหล่านั้นเอง โดยไม่ต้องรอให้ใคร “รายงาน” หรือ รีพอร์ต เข้าไปแต่อย่างใด

แล้วอะไรที่เรียกว่าเป็นข้อความที่ส่อแววว่าคนนั้นๆ จะฆ่าตัวตาย ก็อย่างเช่น มีข้อความจากเพื่อนโพสต์ถึงเพื่อนอีกคนว่า “เธอโอเคไหม” หรือ “มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่า” ประมาณนั้น

และทางเฟซบุ๊กเองก็พยายามที่จะว่าจ้างพนักงานพิเศษขึ้นมาเพื่อให้สามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อคอยสอดส่องและแจ้งเหตุบ่งชี้ฆ่าตัวตายได้อย่างรวดเร็ว และตอบสนองให้ได้ทุกๆ ภาษา เพราะรู้ดีว่ายิ่งเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งช่วยให้คนรอดจากการฆ่าตัวตายเพิ่มมากขึ้น

จริงๆ แล้ว ซอฟต์แวร์ป้องกันฆ่าตัวตายนี้ เริ่มใช้กันมาในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมาแล้ว และหลังจากการทดสอบแล้วประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ก็ได้เลยนำมาใช้กับทั่วโลก แต่เห็นว่าจะยังไม่รวมประเทศในสหภาพยุโรป ซึ่งก็ไม่ได้บอกว่าทำไมถึงไม่รวมอยู่ด้วย

แต่เอาเป็นว่า แค่มีความคิดที่จะช่วยเหลือสังคม แค่นี้พี่ก็ชื่นใจแล้ว ที่พ่อมาร์คจากเฟซบุ๊ก มีน้ำใจงามที่จะช่วยเหลือสังคมอย่างจริงจัง ไม่ใช่เอาแต่พูด แล้วไม่ทำอะไรเลย

ที่มาของเนื้อหา : www.matichon.co.th