การเงิน,การลงทุน » PRM หุ้น Turnaround ที่ราคายังไม่แพง

PRM หุ้น Turnaround ที่ราคายังไม่แพง

6 ธันวาคม 2018
17   0

จิตรา อมรธรรม รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซียไซรัส

ผลประกอบการของ PRM ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 4Q17 ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงหลังประกาศผลประกอบการ 3Q18 FSS มองเป็นโอกาสซื้อ โดยระยะสั้นมีปัจจัยหนุนด้านผลประกอบการ 4Q18 ที่คาดว่าโต 13% Q-Q และ 139% Y-Y อยู่ที่ 247 ล้านบาท เพราะการขนส่งน้ำมันในประเทศยังมีโมเมนตัมที่ดี และไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษเหมือน 3Q18 ขณะที่ภาพระยะยาวจะได้แรงหนุนจากการประมูลสัมปทานปิโตรเลียมทั้งในไทยและพม่า รวมถึงความต้องการเรือจัดเก็บและผสมน้ำมันกลางทะเล เพื่อลดซัลเฟอร์ก่อนนำเข้าโรงกลั่นบนบก อีกทั้งยังมีการขยายกองเรือเพื่อรองรับการขนส่งปิโตรเคมีที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งแม้ยังไม่รวมธุรกิจการเติบโตแบบ Organic Growth จะหนุนให้กำไรสุทธิปี 2019-2021 โตเฉลี่ย 22% ต่อปี แต่ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายบน PE2019 เพียง 16 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาคที่ 33 เท่าอยู่มาก เราจึงคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2019 ของเรายังอยู่ที่ 9 บาท อิง PE 22 เท่า จาก Implied PEG ที่ 1 เท่า 

 

แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q18 จะทำจุดสูงสุดของปี +13% Q-Q, +139% Y-Y

ผลประกอบการของ PRM ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 4Q17 แม้ว่ากำไรรายไตรมาสยังไม่ทำจุดสูงสุดใหม่แต่มีพัฒนาการดีขึ้นต่อเนื่อง FSS คาดกำไรสุทธิ 4Q18 จะอยู่ที่ 247 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% Q-Q และ 139% Y-Y จาก (1) รายได้ธุรกิจขนส่งน้ำมันในประเทศยังเติบโตราว 3% Y-Y ตามความต้องการใช้ทั้งในภาคธุรกิจและคัวเรือนที่ยังเพิ่มขึ้น แม้จะถูกกระทบจากการท่องเที่ยวในภูเก็ตที่ชะลอ อีกทั้ง PRM ยังมีการปรับสมดุลกองเรือเพื่อเพิ่มสัดส่วนการขนน้ำมันขากลับมากขึ้น (2) ธุรกิจขนส่งน้ำมันระหว่างประเทศ จะขาดทุนลดลงตามค่าระวางเรือขนส่งน้ำมันในตลาดโลก Aframax ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเร็ว19% Q-Q อยู่ที่ $17,500/pdpr (3) ไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษในการควบรวม BigSea ราว 18 ล้านบาท เหมือน 3Q18 และ (4) ธุรกิจจัดเก็บน้ำมันกลางทะเลจะค่อยๆฟื้นตัว จากการได้ลูกค้าใหม่ที่ใช้รองรับ IMO   

 

ปรับประมาณการลงเพื่อสะท้อนอัตรากำไรขั้นต้นและค่าใช้จ่ายที่แย่กว่าคาด

ผลจากกำไร 9M18 ที่ทำได้แย่กว่าคาด เพราะมีค่าใช้จ่ายในการควบรวมและธุรกิจต่างประเทศและจัดเก็บน้ำมันกลางทะเลฟื้นตัวช้า FSS จึงปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2018-2019 ลง 20% และ 22% เหลือ 805 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% Y-Y และ 994 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% Y-Y ตามลำดับ บนสมมติฐานการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่ 12% ต่อปี ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยในอดีต (ยังไม่รวมแผนขยายกองเรือเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาดและขนส่งสินค้าประเภทปิโตรเคมี) และคาดอัตรากำไรขั้นต้นที่ 25% – 27% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 32% อยู่พอสมควร อิงตามหลักความระมัดระวังอย่างเข้มงวดแล้ว     

 

แนะนำซื้อในฐานะหุ้น Turnaround ที่ราคายังไม่แพง ปรับใช้เป้าปีหน้าที่ 9 บาท

ผลจากการปรับประมาณการลง และปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2019 ที่ 9 บาท เรายังคงอิง PE ที่ 22 เท่า หรือ Implied PEG ที่ 1 เท่า ตามคาดการณ์อัตราการเติบโตของกำไรสุทธิเฉลี่ยปี 2019-2021 ที่ 22% ต่อปี โดยมี Upside จากงานสัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่ทั้งในไทยและพม่า รวมถึงโอกาสพลิกฟื้นธุรกิจจัดเก็บน้ำมันกลางทะเลจากมาตรการ IMO ที่ทำให้มีความต้องการผสมน้ำมันเพื่อลดซัลเฟอร์ก่อนนำเข้าโรงกลั่นมากขึ้น FSS แนะนำซื้อ ในฐานะหุ้น Turnaround ที่ Valuation ไม่แพง ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายบน PE2019 เพียง 16 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาคที่ 33 เท่าอยู่มาก และคาดปันผล 3-4% ต่อปี

 

ที่มาของเนื้อหา : www.bangkokbiznews.com