การเมือง » The hero ‘หมอภาคย์’ ยังฟิต 100% ฉลุย! ทดสอบร่างกายกำลังพล ทบ.

The hero ‘หมอภาคย์’ ยังฟิต 100% ฉลุย! ทดสอบร่างกายกำลังพล ทบ.

3 สิงหาคม 2018
40   0

“บิ๊กเจี๊ยบ” พอใจ 2 ปี ทดสอบสมรรถภาพกำลังพล แข็งแกร่ง-ตื่นตัว ชี้ถึงจุดอิ่มตัวเตรียมส่งไม้ต่อ ผบ.ทบ.คนใหม่ปรับวิธีทดสอบ ขณะที่ “หมอภาคย์” ฟิต ได้คะแนน 100% พร้อมส่งความสุขให้คนอื่นๆ ปลุกพลังบวกให้ตัวเอง ยับยั้งความโกรธ…

เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 3 ส.ค.ที่ สนามกีฬากรมยุทธ์ โรงเรียนเสนาธิการทหารบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก เดินทางเข้าเยี่ยมชมการทดสอบสมรรถภาพร่างกายระดับ ผู้บังคับหน่วยระดับกองพัน ประจำปี 2561 โดยมีผู้บังคับกองพันจากทั่วประเทศ ที่เข้ารับการทดสอบร่างกาย และการทดสอบภาษาอังกฤษ จำนวน 325 นาย เข้าร่วมการทดสอบ ทั้งนี้มีผู้บังคับกองพัน ของแต่ละหน่วยได้เดินมาดูความเรียบร้อยในการทดสอบของกำลังพลของตนเอง อาทิ พล.ท.กู้เกียรติ ศรีนาคา แม่ทัพภาคที่ 1 

สำหรับการทดสอบแบ่งออกเป็นสถานี ประกอบด้วย สถานีดันพื้น 2 นาที สถานีลุกนั่ง 2 นาที และวิ่ง 2 กิโลเมตร ซึ่งทั้งหมดต้องผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำร้อยละ 50 ขึ้นไป โดยแบ่งตามช่วงอายุ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในนโยบายสมาร์ทแมนของผู้บัญชาการทหารบกเพื่อให้กำลังพลมีสุขภาพที่แข็งแรงพร้อมปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายรวมทั้งเสริมสร้างบุคลิกภาพให้ตรงตามทหารยุคไทยแลนด์ 4.0 โดยเฉพาะการทดสอบในระดับผู้บังคับกองพัน จากสถิติ 3 ครั้งที่ผ่านมา ถือว่ามีมาตรฐานดีขึ้น พร้อมตื่นตัวในการดูแลสุขภาพ 

โดย พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน ผู้บังคับกองพันเสนารักษ์ที่ 3 กองทัพภาคที่2 เข้าร่วมการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ในลำดับที่ 259 หมายเลย 316 ทดสอบสถานีดันพื้น ได้ 80 ครั้ง สถานีลุกนั่ง 78 ครั้ง ซึ่งเกณฑ์ผ่าน 100 เปอร์เซ็นต์

ทั้งนี้ พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า วันนี้เป็นการทดสอบร่างกายของหน่วยระดับกองพัน ถือเป็นครั้งที่ 2 ของปีงบประมาณ 2561 ทั้งนี้ 2 ปีที่ตนเป็น ผบ.ทบ. มีการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย จำนวน 4 ครั้ง ผลคะแนนดีขึ้นมาก กำลังพลรักการออกกำลังกาย และสุขภาพดีขึ้นมาก โดยเฉพาะเรื่องความแข็งแกร่งทางด้านร่างกาย นอกจากนี้ยังมีการทดสอบภาษาอังกฤษผู้บังคับกองพัน ในส่วนผู้บังคับกรมจะทดสอบความรู้ในสายงาน

พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า การทดสอบสมรรถภาพทั้ง 4 ครั้งทำให้ผู้บังคับกองพันกระตือรือร้นมากขึ้น เพราะเป็นโอกาสได้แสดงความแข็งแกร่งและเป็นความภาคภูมิใจในตัวผู้บังคับกองพัน ที่จะได้เดินขึ้นไปรับรางวัลการทดสอบร่างกายที่ได้คะแนน 100% รวมถึงความรู้ด้านภาษาอังกฤษ ต่อการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ถือเป็นเกียรติประวัติในชีวิต ตนคาดหวังว่าเมื่อ กำลังพลแข็งแรงแล้วจะกลับเป็นผู้นำหน่วย นำผู้ใต้บังคับบัญชาออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอและจะเป็นบุคคลที่รักการออกกำลังกายไปตลอดชีวิตการ

“ดำเนินการในลักษณะนี้ จำนวน 4 ครั้งก็ถึงจุดอิ่มตัวในปีหน้าที่เปลี่ยน ผบ.ทบ. คนใหม่อาจจะมีแนวทางที่แตกต่างไปอาจจะมีการส่งชุดไปทดสอบในพื้นที่เพื่อให้ผู้บังคับกองพันได้ทดสอบร่วมกันหรือรวมกันในระดับกองทัพก็ได้ทั้งหมดแล้วแต่แนวทางของ ผบ.ทบ.ท่านใหม่ แต่เป้าหมาย เพื่อให้กำลังพลของกองทัพมีความแข็งแรง กองทัพบกจะมีความมั่นใจในการใช้กำลัง” พล.อ.เฉลิมชัยกล่าว

ผบ.ทบ. กล่าวด้วยว่า ในปัจจุบัน ความกระตือรือร้นของผู้บังคับกองพันเพิ่มมากขึ้นในเรื่องของการออกกำลังกายรวมทั้งกำลังพลในกองทัพ นอกจากเราผลักดันในการทดสอบ ยังต้องจัดหาเครื่องออกกำลังกายไว้ที่หน่วย ต่อไปสภาพร่างกายของกำลังพลจะเป็น Smart Man Smart soldier Smart Army ทหารสิ่งสำคัญสูงสุดคือร่างกายต้องแข็งแรง ส่วนที่จะตามมาคือระเบียบวินัยความรู้ คุณธรรม จริยธรรม ส่วนการทดสอบภาษาอังกฤษเป็นเพียงการกระตุ้นเพื่อให้เกิดการพัฒนา เพราะในอนาคตเราต้องติดต่อประสานกับต่างประเทศ ทั้งการฝึกร่วมผสม เชื่อว่าทุกอย่างจะค่อยๆ ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับการพัฒนาของตนเองด้วย

ด้าน พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน ผบ.พัน.สร.3 กล่าวภายหลังเข้ารับการทดสอบร่างกายว่า วันนี้ยอมรับว่ารู้สึกเหนื่อย เพราะเตรียมตัวมาน้อย หลังจากเสร็จภารกิจถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ก็ไม่ได้ออกกำลังกาย เพิ่งจะมาออกกำลังกายได้ก็ช่วง 5 วันที่ผ่านมา แต่ที่ผ่านมาก็ออกกำลังกายเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว ทั้งการซิทอัพ วิดพื้น วิ่ง ว่ายน้ำ ดึงข้อ ซึ่งแต่ละครั้งตนจะไม่ได้ทำอย่างหักโหม แต่จะทำอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ขอฝากประชาชนถ้ามีเวลาก็มาออกกำลังกาย แต่ตนเชื่อว่าทุกคนมีเวลาอยู่แล้ว แค่วิดพื้น 10 ครั้งใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที ก็ให้สะสมวันละ 50-100 ครั้ง รับรองว่าภายใน 1-2 สัปดาห์เกิดความเปลี่ยนแปลงร่างกายมีความแข็งแรงขึ้นแน่นอน สำหรับการทดสอบร่างกายในวันนี้ตนมีความพอใจ รวมถึงพี่ๆ และเพื่อนๆ หลายคนผ่านการทดสอบร่างกายคะแนนรวม 100 เปอร์เซ็นต์ และมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในแต่ละครั้ง แสดงว่านโยบายของผบ.ทบ. ยอดเยี่ยม เพราะทำให้ผู้บังคับหน่วยทุกคนมีความแข็งแรงขึ้นชัดเจน 

เมื่อถามว่าจะนำนโยบายนี้ไปปรับใช้ที่หน่วยอย่างไร พ.ท.นพ.ภาคย์ กล่าวว่า เมื่อผู้บังคับหน่วยทุกคนมีความแข็งแรง ก็สามารถเป็นตัวอย่างให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาดูได้ ทำให้เขามีความเชื่อถือในการดูแลร่างกายมากขึ้น และทำให้กำลังของกองทัพความแข็งแรงและมีความเข้มแข็ง พร้อมที่จะปฏิบัติงานในสภาวะยากลำบากได้ทุกภารกิจ นอกจากนี้ยังมีการทดสอบภาษาอังกฤษด้วยตามมาตรฐาน เพราะผู้บังคับหน่วยจำเป็นต้องผ่านเกณฑ์การทดสอบภาษาอังกฤษเพราะการสื่อสารกับชาวต่างชาติมีความสำคัญ 

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงการยิ้มของ พ.ท.นพ.ภาคย์ ที่มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสทุกครั้งว่าทำไมถึงยิ้มเห็นฟันอยู่ตลอด เคยโกรธใครหรือไม่ พ.ท.นพ.ภาคย์ กล่าวว่า ตนก็มีความรู้สึกโกรธอยู่เพราะทุกคนมีความโกรธอยู่แล้ว เรายังไม่บรรลุธรรมชั้นสูง ซึ่งเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่ยังมีความโกรธความเกลียด แต่เราต้องตามอารมณ์ให้ทัน เพราะสิ่งเหล่านี้นอกจากส่งผลกระทบต่อคนอื่นแล้ว ตัวเองยังได้รับผลกระทบด้วย เพราะสภาวะอารมณ์ขุ่นข้องหมองใจจะทำให้ร่างกายหลั่งสารบางอย่างที่เป็นโทษต่อร่างกายออกมา และที่สำคัญเราจะทำอะไรไม่ได้ดีในช่วงสภาวะอารมณ์ไม่ดี ดังนั้นควรมีสติและตามอารมณ์ให้ทัน ต้องพยายามใช้ภาษาทางร่างกายให้ยอดเยี่ยม นั่นก็คือการยิ้มเป็นสิ่งหนึ่ง ดังนั้นขอให้ทุกคนลองยิ้มเห็นฟัน แค่ยิ้มเห็นฟันก็ทำให้สดใส และต้องพยายามพูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์สร้างสรรค์ก็จะทำให้เราสดใส อีกทั้งจะทำให้คนรอบข้างยิ้มตามไปด้วย และทำให้สังคมมีความสุข ตนก็ไม่ได้มองโลกในแง่ดี เพราะอะไรที่ไม่ดีเราก็ต้องรู้เท่าทัน ไม่ไปใส่อารมณ์และค่อยๆ แก้ไขปัญหา.

ที่มาของเนื้อหา : www.thairath.co.th

Social Media Auto Publish Powered By : XYZScripts.com